Page 348 - รายงานกิจการประจำปี 2561และการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2561
P. 348

รายงานกิจการประจำาปี 2561 และ
               342    การประชุมใหญ่สามัญประจำาปี 2561



                    ตามที่คณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ ได้อาศัยอำานาจตามความในมาตรา 10(7)
            ประกอบมาตรา 62(7) แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542 และประกาศคณะกรรมการพัฒนาการ
            สหกรณ์แห่งชาติ พ.ศ. 2558 มีข้อความสำาคัญ  ดังนี้


                    ข้อ 3  เงินของสหกรณ์อาจฝากหรือลงทุนได้ ดังต่อไปนี้

                          (1)   บัตรเงินฝากที่ธนาคารเป็นผู้ออก

                          (2)  ตั๋วแลกเงินที่ธนาคารเป็นผู้รับรอง สลักหลังหรือรับอาวัล หรือตั๋วสัญญาใช้เงิน ที่ธนาคารเป็น
            ผู้สลักหลังหรือรับอาวัล โดยไม่มีข้อจำากัดความรับผิด

                          (3)   ตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่ธนาคารซึ่งมิใช่รัฐวิสาหกิจเป็นผู้ออก

                          (4)  บัตรเงินฝาก หรือใบรับฝากเงินที่ออกโดยบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ซึ่งสถาบัน
            คุ้มครองเงินฝากประกันชำาระคืนต้นเงินและดอกเบี้ย

                          (5)   ตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่นิติบุคคลเฉพาะกิจเป็นผู้ออกภายใต้โครงการแปลงสินทรัพย์
            เป็นหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตตามพระราชกำาหนดนิติบุคคลเฉพาะกิจ เพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์

            พ.ศ. 2540 และตราสารแสดงสิทธิในหนี้นั้น ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือตั้งแต่ระดับ A- ขึ้นไป จาก
            บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกำากับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์

                          (6)  หุ้นกู้ที่มีหลักประกัน หรือหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือตั้งแต่ระดับ
            A- ขึ้นไป จากบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกำากับหลักทรัพย์ และ

            ตลาดหลักทรัพย์
                          (7)  หน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่รัฐวิสาหกิจจัดตั้งขึ้นโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี และอยู่ใน

            การกำากับดูแลของคณะกรรมการกำากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

                    ข้อ 4  การนำาเงินไปฝากหรือลงทุนในหลักทรัพย์ตามข้อ 3(7)  รวมกันต้องไม่เกินทุนสำารองของสหกรณ์ และ

            ต้องผ่านการอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ของสหกรณ์ก่อนจึงจะดำาเนินการได้

                    ที่ประชุมใหญ่สามัญประจำาปี 2560 ได้อนุมัติวงเงินลงทุนในกองทุนส่วนบุคคลไว้แล้ว จำานวนเงิน 2,000
            ล้านบาท โดยคณะกรรมการดำาเนินการสหกรณ์ฯ ได้มอบหมายให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็ม เอฟ ซี จำากัด

            (มหาชน) บริหารกองทุนส่วนบุคคล 2 กอง จำานวนเงิน 1,000 ล้านบาท และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย
            จำากัด (มหาชน) บริหารกองทุนส่วนบุคคล 2 กอง จำานวนเงิน 1,000 ล้านบาท รวมจำานวนเงินลงทุนในกองทุน
            ส่วนบุคคล จำานวน 2,000 ล้านบาท โดยในปี 2561 สหกรณ์ฯ ได้รับผลตอบแทนรวมทั้งสิ้นเป็นจำานวนเงิน

            101,592,597.89  บาท คิดเป็นอัตราร้อยละ 5.08  ซึ่งสูงกว่าการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ที่มีอัตราผลตอบแทน
            ค่อนข้างตำ่าเทียบกับการลงทุนสำาหรับระยะเวลา 1 ปี


                    ในปี 2561 คณะกรรมการดำาเนินการได้กำาหนดกรอบนโยบายการลงทุนในกองทุนส่วนบุคคลทั้ง 4 กอง
            โดยลงทุนในตราสารทุนไม่เกินร้อยละ 50 ลงทุนในตราสารหนี้ไม่จำากัดสัดส่วนการลงทุน การลงทุนดังกล่าว มีข้อจำากัด
            การลงทุนซึ่งต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542 มาตรา 62 และประกาศคณะกรรมการพัฒนาการ
   343   344   345   346   347   348   349   350   351   352   353