Page 1415 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1415
๑๔๐๒
ั
ี
ิ
คดีที่ศาลแขวงนครสวรรค์มค าสั่งจ าหน่ายคดีตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ ถึงวนที่ ๓๐ มถุนายน ๒๕๖๔ จ านวน
ี
๗๔๒ คดี และมคดีอาญาที่ศาลมีค าสั่งจ าหน่ายคดีชั่วคราวที่ยังค้างพิจารณา ก่อนปี ๒๕๖๐ ถึงปัจจุบัน
อีกจ านวน ๖๔ คดี
ข้อสังเกต จากตารางที่ ๓ คดีที่จ าหน่ายคดีไม่ได้ระบุรายละเอียดของคดีว่าเป็นการจ าหน่ายคดีชั่วคราวหรือ
จ าหน่ายคดีเสร็จเด็ดขาดโดยระบุรวมอยู่ในคดีเสร็จไป โดยแบบรายงานดังกล่าวได้ระบุจ านวนคดีที่เสร็จไป
้
โดยการถอนฟองและประนีประนอมยอมความซึ่งคดีที่เสร็จไปด้วยเหตุดังกล่าวศาลก็จะมีค าสั่งจ าหน่ายคดี
เช่นกันแสดงว่าคดีที่มีค าสั่งจ าหน่ายคดีดังกล่าวเป็นคดีที่ศาลมีค าสั่งจ าหน่ายคดีชั่วคราวที่ยังไม่แล้วเสร็จ
ิ
ิ
โดยการพพากษาหรือมีค าสั่งต้องมีการยกคดีขึ้นพจารณาพพากษาหรือมีค าสั่งต่อไป ท าให้ผู้พพากษา
ิ
ิ
หัวหน้าศาลไม่ทราบว่าคดีดังกล่าวยังคงค้างพิจารณา
ตัวอย่างคดีอาญาที่ศาลแขวงนครสวรรค์จ าหน่ายคดีชั่วคราว
ความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ
12
- คดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๑๔๓/๒๕๔๒ โจทก์ฟองขอให้ลงโทษจ าเลยตามพระราชบัญญัติว่า
้
ด้วยความผิดอนเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ กล่าวหาว่า จ าเลยสั่งจ่ายเช็คเพอช าระหนี้
ั
ื่
เงินกู้ยืมจ านวน๕๑๓,๒๐๐ บาท เมื่อเช็คถึงก าหนดธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ศาลไต่สวนมูลฟองแล้วคดีมีมูล
้
ิ
ให้ประทับฟองไว้พจารณา จ าเลยไม่มาศาลตามหมายเรียก จึงให้ออกหมายจับจ าเลย ต่อมาจับจ าเลยได้
้
สอบค าให้การจ าเลยแล้วจ าเลยให้การรับสารภาพ จ าเลยตกลงจะช าระหนี้ตามเช็คให้โจทก์ขอเลื่อนคดี
่
โจทก์ตกลงและแถลงว่าหากจ าเลยช าระหนี้ครบถ้วนโจทก์จะถอนฟอง ศาลมีค าสั่งอนุญาตให้เลื่อนการอาน
้
ื่
ิ
ค าพพากษาออกไป เมื่อถึงวันนัดวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๔๗ จ าเลยขอเลื่อนคดีเพอหาเงินมาช าระหนี้ให้
โจทก์อีกรวม ๘ นัด ถึงวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๙ จ าเลยน าเงินมาช าระหนี้ให้โจทก์ จ านวน ๕๐,๐๐๐ บาท
ส่วนที่เหลือขอผ่อนช าระงวดละ ๔๐,๐๐๐ บาท ทุก ๔ เดือน ภายหลังจ าเลยน าเงินมาวางศาลผ่อนช าระให้
ื่
โจทก์มาโดยตลอดแต่ยังไม่ครบจ านวนตามข้อตกลงจนถึงปัจจุบันจ าเลยน าเงินมาวางศาลเพอช าระหนี้ให้
ิ
ิ
โจทก์จ านวนทั้งสิ้น ๒๖,๐๐๐ บาท แต่โจทก์มิได้แถลงขอให้ศาลยกคดีขึ้นพจารณาพพากษาหรือมีค าสั่ง
แต่อย่างใด
ั
- คดีอาญาที่ออกหมายเลขแดงในปี ๒๕๕๑ รวมทั้งหมด ๔๓ คดี พนักงานอยการเป็นโจทก์ฟอง
้
ขอให้ลงโทษจ าเลยตามพระราชบัญญัติว่าดความผิดอนเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ กล่าวหาว่า
ั
ื่
จ าเลยสั่งจ่ายเช็คเพอช าระค่าข้าวเปลือกให้ผู้เสียหายกว่า ๓๐๐ ราย เมื่อเช็คถึงก าหนดธนาคารปฏิเสธการ
จ่ายเงินจ าเลยให้การรับสารภาพและขอผ่อนช าระให้ผู้เสียหายทุกรายโดยจะช าระให้รวมเดือนละ
๒๐๐,๐๐๐ บาท ขอเลื่อนคดี ผู้เสียหายแต่ละคดีตกลงและแถลงว่าหากจ าเลยช าระหนี้ครบถ้วนผู้เสียหาย
ี
จะค าร้องทุกข์ ภายหลังจ าเลยผ่อนช าระหนี้ให้ผู้เสียหายบางรายจนครบ ปัจจุบันคงเหลืออก ๓๗ คดี
ที่จ าเลยยังคงผ่อนช าระหนี้ให้ผู้เสียหาย ระหว่างผ่อนช าระหากผู้เสียหายรายใดไม่ได้รับช าระหนี้จากจ าเลย
12 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.๒๕๓๔ มาตรา ๔ บัญญัติว่า “ผู้ใดออกเช็คเพอช าระหนี้ที่มีอยู่
ื่
้
ื่
ื
จริงและบังคับได้ตามกฎหมายโดยมีลักษณะหรอการกระท าอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้... เมื่อได้มีการยื่นเช็คเพอใหใช้เงินโดยชอบด้วย
กฎหมาย ถ้าธนาคารปฏิเสธไม่ใช้เงินตามเช็คนั้น ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษ...”

