Page 143 - ดับตัวตนค้นธรรม2566
P. 143

ปลอ่ ยวางกค็ อื วางชดั เจน ไมใ่ ชแ่ คค่ ลมุ เครอื เพราะฉะนนั้ วนั นเ้ี รามาปฏบิ ตั ธิ รรม พร้อม ๆ กัน อย่างท่ีเคยบอกแล้ว ทุกครั้งเวลาเรานั่งกรรมฐาน ให้ทาใจให้ สบาย ๆ หรือยกจิตข้ึนสู่ความว่าง ให้เห็นชัด ๆ ว่าจิตว่างเป็นอย่างไร จะบอก ตัวเองได้ว่าเวลายกจิตขึ้นสู่ความว่างเป็นอย่างไร ถ้าเราเห็นชัดว่าจิตว่าง เป็นอย่างไร การยกจิตข้ึนสู่ความว่างก็จะทาได้ง่าย แต่บางทีเราบอกไม่ได้ว่า จิตว่างเป็นอย่างไร รู้แต่ว่ามันรู้สึกโล่ง ๆ เบา ๆ แต่ไม่รู้ว่าจิตท่ีโล่งเบา ท่ีกว้างกว่าตัวก็คือจิตที่ว่างน่ันแหละ
อย่างที่เราเคยเจอ พอแยกรูปนาม ทาจิตให้กว้างกว่าตัว แล้วจิต รู้สึกโล่ง รู้สึกโปร่ง รู้สึกเบา รู้สึกว่าง รู้สึกสบาย ถ้าเราจาได้ว่าจิตเราเคยโล่ง เคยโปร่ง เคยเบา เคยสบาย เวลาเรายกจิตข้ึนสู่ความว่าง ความโล่ง ความโปร่ง ความเบา ก็จะทาได้ง่ายขึ้น เพราะเรารู้ชัดว่าจิตที่โล่งเป็นอย่างไร ตอนแรก เราทาอย่างไรจึงรู้สึกได้ว่าจิตมันโล่ง มันว่าง มันเบา อันนี้ต้องลองทบทวน ทาซ้า ๆ ๆ จนเกิดความชานาญ เขาเรียก “เป็นวสี” ในการปฏิบัติธรรมน้ัน การทาจิตให้ว่างทาให้เป็นวสีได้ทาให้ชานาญได้ พอทาได้ชานาญแล้ว แค่เรา เข้าไปพิจารณาดูจิต จิตก็ว่างแล้ว ต่อไปการยกจิตข้ึนสู่ความว่างก็จะทาได้ คล่องแคล่วขึ้น พอทาจิตให้ว่างได้คล่องแคล่วขึ้น ก็เป็นวสี ก็เป็นความ ชานาญอีกนั่นแหละ การท่ีผู้ปฏิบัติสามารถทาจิตให้ว่างได้เร็วก็จะเป็นประโยชน์
135
135


































































































   141   142   143   144   145