Page 350 - เมืองลับแล(ง)
P. 350
นารถจะยกขึ้นมาผ่านเมืองสุโขทัยแล้วจึงขึ้นมาทางเมืองนครลำปาง แล้วเจ้าพระญาติโลกราชได้นำทัพมา ๕
ทัพ คือ ทัพของพ่อท้าวบุญเรือง เจ้าเมืองเชียงราย, ทัพเจ้ายอดเมืองผู้เป็นหลานผู้ครองเมืองแช่สัก, ทัพหมื่น
้
เพิงตีนเชียง, ทัพหมื่นดำพร้าหานแต่ท้อง และทัพพระญายุธิษฐิระสองแควได้ตั้งอยู่บริเวณที่มีหนองสองแห่งกับ
ป่าไผ่โดยรอบ มาตั้งทัพอยู่ “ตีนเขาบาดาย” (เขาขุนตาน)
เหตุการณ์นี้ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ได้บอกว่าเกิดขึ้นในปีเมิงเป้า ตรงกับ จุลศักราช ๘๑๙ ปีฉลู ซึ่งจะ
ตรงกับ พ.ศ. ๒๐๐๐ เป็นไปไดว่าสงครามในครั้งนี้คงเกิดขึ้นในปี พ.ศ. ๑๙๙๙ แต่มีการเปลี่ยนปีนักษัตรของ
้
ทางล้านนาก่อนอโยธยาจึงทำให้ทางล้านนานับปีที่เกิดสงครามเป็นปีฉลู ทั้งที่ควรเป็นปีชวด พ.ศ. ๑๙๙๙
สมเด็จพระบรมไตรโลกนารถจึงให้อุปนิขิต (สายสืบ) มาสืบว่าพระญายุธิษฐิระ (สองแคว) ตั้งทัพอยู่
บริเวณใด จึงกล่าวว่า ศึกครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะพระญาสองแควผู้นี้ ผู้ใดจะไปตีทัพมันได้ แล้วพระอินทราชา พระ
ราชโอรสสมเด็จพระบรมไตรโลกนารถ, ขุนเพชรรัตน์ เจ้าเมืองกำแพงเพชร , ขุนราชอาสา เจ้าเมืองสุโขทัย ได ้
บอกว่าข้าทั้งสามอาสาจะไปรบกับทัพพระญาสองแฅวให้ได้ โดยบอกว่าพระญายุธิษฐิระเป็นดั่ง “พระญาหมาขี้
เรื้อน” ให้จงได ้
ี่
ในเวลาเที่ยงคืน พระญาสองแควรู้ตัวก่อนจึงขี่ช้างเพชรมหาพินายออกอยู่ทประตูทัพ เมื่อพระอินทรา
ชายกทัพมาถึงก็ไสช้างเข้าชนช้างของพระญาสองแคว ขณะนั้นพระญาสองแควจึงถามว่ามึงนี้เป็นใครมาชนชาง
้
้
กู พระอินทราชาตอบว่า กูอินทราชา แล้วไสช้างชนช้างพระญาสองแควตกหนองไป ขุนเพชรรัตน์จงไสชางเข้า
ึ
้
้
ชนช้างพระญาสองแควอีก ช้างพระญาสองแควแทงชางขุนเพชรรัตน์ตกหนองไป ขุนเพชรรัตน์จึงไสชางเข้ามา
ชนช้างพระญาสองแควอีก ช้างพระญาสองแควแทงช้างขุนเพชรรัตน์ตกหนอง ขุนราชอาสาก็ไสช้างเข้ามาชน
อีก พระญาสองแควจึงไสช้างเพชรมหาพินายเขาชนช้างขุนราชอาสาถอยหนี ช้างเพชรมหาพินายจึงเข้าชนชาง
้
้
ขุนราชอาสาตกหนองไป ริ้พลทั้งสองฝ่ายต่างก็เข้าสัปยุทธ์กันอย่างโกลาหล
เจ้าพระญาติโลกราชจึงให้เคาะฆ้องกลองให้สัญญาณให้เข้าช่วยพระญาสองแคว ขณะนั้นพันกุมกาม
่
้
เจ้าแช่สัก หมื่นจ่าช้อย หมื่นด้งนครขี่ช้างมาช่วยพระญายุธิษฐิระ ขับไล่พระอินทราชาและฝายอโยธยาไป แลว
ให้รุมยิงปืนกล้องยิงหน้าไม้ถูกไพร่พลฝ่ายอโยธยามากนัก แล้วพระอินทราชาได้ถูกปืนกล้องที่หน้าผาก จึงขับ
ช้างหนีไป
ุ
่
ี
หมื่นด้งนครไล่ผ่าทัพฝ่ายอโยธยาแตกออก แล้วหมื่นด้งนครได้ถอดชดสีแดงสัญลักษณ์ของฝายเชยงใหม่
็
ออกปลอมเป็นฝ่ายอโยธยา แล้วไล่ตามออกไป ในเวลานั้นกองทัพฝ่ายเชียงใหม่อีกกลุ่มหนึ่งไล่ตามมาไม่เหนว่า
่
เป็นหมื่นด้งนครก็จะยิงไป หมื่นด้งนครจึงร้องบอกว่านี่กูเอง จากนั้นทัพของหมื่นด้งได้ไล่ตามทพของฝายอโยธ
ั
ยาไปทั้งคืน แล้วสมเด็จพระบรมไตรโลกนารถจึงเห็นว่าเหตุการณ์คบขันแล้วจึงให้ลดพระเศวตฉัตรลงเพื่อไม่ให้
ั
ฝ่ายล้านนารู้ว่าพระองค์ประทับที่ช้างเชือกใด แล้วหมื่นด้งนครได้วางอุบายให้คนเคาะไม้ลากไปแล้วโห่ร้อง
ู
เสมือนยกพลไล่ตามมาเป็นกองทัพ แล้วร้องว่า “เวิย เวิย ชาวใต้ สูอยู่เยียะสังบ่หนี หมู่หลวงพระเปนเจ้าคมา
ทันบัดเดียวนี้ สูตายเสี้ยง ชะแลว่าอั้น” หมื่นด้งนครก็ไล่ลงมาจนข้ามเขาพิง (เขาพลึง) ลงมา ฝ่ายอโยธยาก็ถอย
ทัพหนีลงมา นายช้างม้าก็ล้มตายมากนัก จากเหตุการณ์ครั้งนี้จะเห็นได้ว่า “พระอินทราชา” พระราชโอรส
มหาสรีธัมมติโลกราชะ : ติโลกราชกับอำนาจเหนือดินแดนเหนือล่าง
หน้า ๖๒