Page 360 - หนังสือเมืองลับแล(ง)
P. 360
ครั้งที่ ๘ อโยธยาได้เมืองเชียงชื่นคืน
ในพระราชพงศาวดารกรุงเก่าฯ ได้กล่าวว่า “ศักราช ๘๓๕ มะเส็งศก (พ.ศ. ๒๐๑๖) หมื่นนครได ้
ลอกเอาทองพระเจ้าลงมาหุ้มดาบ” ทองพระเจ้าหมายถึงทองที่มาจากพระพุทธรูป (ชาวล้านนาเรียก
พระพุทธรูปว่าพระเจ้า) ก็น่าจะเป็นการเอาทองจากพระพุทธรูปโบราณของเมืองเชลียงศรีสัชนาลัยนี้มาหุ้มดาบ
การกระทำนี้ถือเป็นการผิดพระไอยการลักษณะโจร มาตรา ๔๙ ที่อ้างถึงบทลงโทษของผู้ที่ลอกเอาทอง
ิ
้
พระพุทธรูป จะต้องโทษตัดนิ้วมือ/ทวนด้วยลวดหนัง/ตัดคอ/ผ่าอก นี่อาจเป็นชนวนหนึ่งที่ทำให้หมื่นดงนครผด
พระราชอาญาของฝ่ายอยุธยา หากพิจารณาตามความเชื่อนั้น การเอาทองจากพระพุทธรูปมาหุ้มดาบคงทำให้
่
บารมีของหมื่นด้งนครลดลงไปด้วยตามความเชื่อของชาวไทย หลังจากปีนี้ลงมาจึงทำให้หมื่นด้งถูกใสความจาก
ฝ่ายต่างๆ ที่ไม่ชอบพอหมื่นด้งนคร ดังจะเห็นได้จากคำโคลงในยวนพ่าย โคลงดั้น ที่จะขอยกมาพร้อม
่
คำอธิบายในแตละบทได้ดังนี้
โคลงบทที่ ๑๐๘ ว่า
๏ บังควรข้าผู้ก่อ การภัก ดีนา
หมายหมื่นนครมี ซื่อซร้อม
เห็นหาญหื่นแหลมหลัก ไกรกว่า ตนนา
ไท้เทศทุกผู้น้อม นอบกลัว
้
เป็นการกล่าวยกย่องชมเชยหมื่นดงนครผู้ครองเมืองเชลียง (เชียงชื่น) ว่าเป็นผู้มีความสามารถและมี
ความซื่อสัตย์ภักดีต่อเจ้าพระญาติโลกราช
โคลงบทที่ ๑๐๙ ว่า
๏ ขุนลาวลักว่าใน้ ใจเท็จ
รังเกียจเกรงตัวเยียว หั่นกล้า
ุ
บ่มิโทษใดเหต ทำดั่ง เคียดนา
คิดใคร่ฆ่าข้าผ ชอบชาญ
ู้
็
เจ้าพระญาติโลกราช หาว่าหมื่นด้งนครเอาใจออกห่างเชียงใหม่ ทรงบริภาษว่าเป็นผใจเทจน่ารังเกียจ
ู้
คิดจะนำมาฆ่าเสีย
มหาสรีธัมมติโลกราชะ : ติโลกราชกับอำนาจเหนือดินแดนเหนือล่าง
หน้า ๗๒