Page 355 - หนังสือเมืองลับแล(ง)
P. 355
พระญาเชลียงว่า “ท่านพระญายื่นถ้อยยื่นคำกลับมาหากูว่า จะไปเป็นข้าพระเปนเจ้าแห่งกูซึ่งพูดพร่ำหลายครั้ง
ั
แล้ว คราวนี้พระเปนเจ้าจึงให้กูมาพาท่านกลบไปกับกู” พระญาเชลียงกลัวหมื่นด้งนครมาก จึงกลาวออกมาว่า
่
“เราจะไปเป็นข้าของพระเปนเจ้ากับพี่ทาน แต่ขอเก็บข้าวของก่อน” หมื่นด้งนครจึงบอกว่า “อย่าไป ถ้าไปจะ
่
ฟันเสีย ท่านจงให้เมียท่านเก็บข้าวของออกมาเถอะ” หมื่นด้งนครจึงให้หมื่นม้าละหมื่นเสิมไปปิดประตเมืองทก
ุ
ู
ประตู พระญาเชลียงจึงบอกแก่ชาวเมืองว่า “ผู้ใดจะไปเปนข้าพระเปนเจ้ากับกูก็ไป ผู้ใดจะอยู่ก็อยู่เถอะ เมือง
เชลียงนี้ตกเป็นของพระเปนเจ้าแล้ว” จากนั้นหมื่นด้งนครก็นำพระญาเชลียงขึ้นมาที่เมืองเชียงใหม่ เมื่อมาถึง
้
เมืองเชียงใหม่เจาพระญาติโลกราชจึงมีพระราชดำรัสว่า พระญาเชลียงนี้ “บ่ซื่อ หื้อเอาพระญาเชลียงออกไว ้
ยังเมืองหาง ลวดตายยังเมืองหางวันนั้นแล” ซึ่งได้นำพระญาเชลียงไปไว้ที่เมืองหาง (อยู่ในเขตรัฐฉาน
ประเทศพม่า ใกล้ชายแดนไทยที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่)
เจ้าพระญาติโลกราชจึงแต่งตั้งหมื่นด้งนครให้ครองเมืองเชลียง “หมื่นด้งได้กินสองเมืองคือเมืองนคอร
กับเมืองชะเลียง วันนั้นแล” กล่าวคือ เจ้าพระญาติโลกราชได้เมืองเชลียงเป็นประเทศราชใน พ.ศ. ๒๐๐๒
ต่อมาใน พ.ศ. ๒๐๐๔ หมื่นด้งนครได้ยึดเมืองเชลียงถวายเจ้าพระญาติโลกราชได้สำเร็จ แล้วได้เป็นเจ้าเมือง
เชลียง จากนั้นได้เปลี่ยนนามเมืองเป็น “เชียงชื่น” ตรงกับใน ยวนพ่าย โคลงดั้น โคลงบทที่ ๑๐๓ ได้บอกว่า
ใน ยวนพ่าย โคลงดั้น โคลงบทที่ ๑๐๓ – ๑๐๔ ว่า
๏ ปางนั้นมหาราชแสร้ง สรงสรร
เอาหมื่นนครมา แต่งตั้ง
เป็นเดิมดำกลกรร เชียงชื่น คืนแฮ
ใครยิ่งยกไว้รั้ง รอบแดน
๏ เพื่อเกรงพระเจ้าเคลื่อน คลาพล แลพ่อ
พรั่นพรั่นอกพลแสน ส่ำกล้า
ครั้นเสด็จดำกลหัว เมืองมอบ แล้วแฮ
กลับเกลื่อนพลช้างม้า คล่าวเมือ
มหาสรีธัมมติโลกราชะ : ติโลกราชกับอำนาจเหนือดินแดนเหนือล่าง
หน้า ๖๗