Page 353 - หนังสือเมืองลับแล(ง)
P. 353

ครั้งที่ ๓  ฝ่ายล้านนาเอาคืน : ล้อมเมืองพิษณุโลก


                       ใน พ.ศ. ๒๐๐๒ ปีกัดเหม้า (ปีเถาะ) เดือน ๔ เจ้าพระญาติโลกราชได้ยกทัพล้านนามายังเมืองสองแคว

               (พิษณุโลก) ซึ่งในขณะนั้นสมเด็จพระบรมไตรโลกนารถเสด็จประทับอยู่ในเมือง ทัพล้านนามาล้อมเมือง

               พิษณุโลกไว้นานนัก สมเด็จพระบรมไตรโลกนารถได้มีพระดำรัสกับ “แม่พระญา” พระราชมารดาในสมเดจ
                                                                                                        ็
               พระบรมไตรโลกนารถ ว่า “พระเปนเจ้าหนเหนือมาขังไว้เมินนัก เราค็เปนอันค่ายอันแคนนัก เรา

               จักเยียะรือดีชา  พระเปนเจ้าอย่าออก เท่าเอาเวียงเล้าเปนโรงเทิอะ”  ซึ่งเจ้าพระญาติโลกราชไดยกทัพมา
                                                                                                  ้
                                                                                                  ั
               ล้อมเมืองพิษณุโลกไว้ในครั้งนี้นานนัก เราก็เป็นอันยากแค้นที่จะจัดการได้ ฝ่ายเชียงใหม่ไม่ยอมถอยทพออกไป
               คงหวังเอาเมืองเป็น “เล้า” เป็น “โรง” ล้อมจนกว่าจะจับเราได้  ทำให้ขุนเพชรรัตน์ เจ้าเมืองกำแพงเพชร จง
                                                                                                         ึ
               ได้อาสาสมเด็จพระบรมไตรโลกนารถ “ขอผ่าหมู่ทับพระเปนเจ้าหนเหนือในฅืนนี้” โดยใช้กำลังพล ๖,๐๐๐ คน

               พอในเวลาเที่ยงคืน ขุนเพชรรัตน์ได้ล่องเรือเข้ามาแล้วรัวตีกลอง อย่างว่ามีกองทัพกองพลมากนัก เมื่อรุ่งเช้าเจา
                                                                                                         ้
               พระญาติโลกราชจึงให้หมื่นด้งนครมาเข้าเฝ้า แล้วถามว่า “มึงให้ขุนผู้ใดไพรักษาทางนี้ พ้อยหื้อชาวใต้ล่องหนี

               ได้ เอาเข้ามาจักขวักตาเสียนับเสี้ยงชู่ฅน” แล้วหมื่นด้งนครทูลว่าในเวลาที่ชาวใต้หนีนั้น เป็นเวลาที่มืดมาก

               เขาจึงล่องเรือผ่านไปโดยง่าย ถ้าพระองค์จะควักดวงตาจงขวักดวงตาข้าเถิด เจ้าพระญาติโลกราชจึงไม่ว่าอันใด
               ต่อ

                       เมื่อเจ้าพระญาติโลกราชทรงทราบว่าสมเด็จพระบรมไตรโลกนารถหนีออกจากเมืองพิษณโลกไปไดจง
                                                                                                         ึ
                                                                                                ุ
                                                                                                       ้
                                                                                                        ั
               จัดพลศึกไล่ตาม สมเด็จพระบรมไตรโลกนารถได้หนีไปตั้งทัพอยู่ที่ริมแม่น้ำราชธานี (แม่น้ำยม) เขตเมืองสุโขทย
               หมื่นด้งนครจึงขอพระราชานุญาตนำพลศึกไปไล่ตามทัพของสมเด็จพระบรมไตรโลกนารถแล้วจับเอาคน
               ทั้งหลายมาให้ได้ เจ้าพระญาติโลกราชจึงว่า “มันค็พระญา เราค็พระญา เราแพ้มันเท่านั้น มันค็อายเราแล้ว

               หมื่นด้ง มึงอย่าไพเทิอะ” แล้วเจ้าพระญาติโลกราชก็ให้เราริพลถอยทัพกลับเมืองเชียงใหม่ แล้วให้รางวัลแก่ขุน
               หมื่นทั้งหลาย




                       ครั้งที่ ๔  ได้เมืองเชลียง แล้วยกไปถึงกำแพงเพชร



                       ต่อมาใน พ.ศ. ๒๐๐๒ ปีกัดเหม้า (ปีเถาะ จ.ศ. ๘๒๑) ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ได้บอกว่า เจ้าพระ
               ญาติโลกราชได้ยกพลศึกไปรบเมืองลื้อ จึงให้หมื่นด้งนครดูแลเมืองเชียงใหม่ป้องกันทัพจากฝ่ายอโยธยาเมืองใต

                                                                                                         ้
                       ฝ่ายสมเด็จพระบรมไตรโลกนารถทรงทราบว่าเจ้าพระญาติโลกราชยกทัพไปตีเมืองลื้อ “จิ่งเอาริพลมา

                                                                                                      ั
                       ื
                                                                        ั
               ตกเสิก็เมองแพล่ ข้ามเขาพิงมามากนัก” หมื่นด้งนครจึงนำทัพไปต้งรับ ฝ่ายเจ้าพระญาติโลกราชก็ยกทพลง
                                                                                                      ื
               มาจากเมืองลื้อแล้วตามไปร่วมกับหมื่นด้งนคร สมเด็จพระบรมไตรโลกนารถเห็นท่าทางจะไม่ดีถอยทัพคนไป
                                          ่
               เจ้าพระญาติโลกราชจึงนำทัพไลตามทพอโยธยาไม่ทันลงมาถึงเมืองเชลียง (ศรีสัชนาลัย) “ว่าจักปล่นเอาเมอง
                                                                                                       ื
                                              ั
                             มหาสรีธัมมติโลกราชะ : ติโลกราชกับอำนาจเหนือดินแดนเหนือล่าง

                                                        หน้า ๖๕
   348   349   350   351   352   353   354   355   356   357   358