Page 628 - หนังสือเมืองลับแล(ง)
P. 628

๓. ความหมายของคำว่า “ชาการาว,ชวาชกํ,ชคราว,สักเตาไชยยะ ในเอกสารประวัติศาสตร์

                              ๓.๑ ผู้ศึกษาขอเสนอแนวคิดคำว่าเมือง “ชาการาว ชวาชกํ  ” ที่ปรากฏในจารึกเขาสุมนกูฏ
               ด้านที่ ๔ และจารึกวัดอโสการาม ด้านที่ ๒ คำว่า “ชคราว” ที่ปรากฏในตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ และคำว่า

               “สักเตาไชยยะ” ที่ปรากฏในมหาราชวงษ์พงษาวดารพม่า เป็นรากศัพท์ของคำว่า “สระตราว”ในภาษาเขมร
               โบราณซึ่งมีความหมายว่า แอ่งหนองน้ำขนาดใหญ่มีน้ำตลอดทั้งปี และมีความหมายเดียวกันกันกับคำว่า เมือง
                                         ั
               “สระหลวง” ซึ่งปัจจุบันคือที่ต้งของอำเภอลับแล(อันมีเมืองโบราณที่ทับซ้อนกันสองเมือง คือ เมืองทุ่งยั้งและ
               เมืองลับแลง) โดยจารึกหลักที่ ๓๑๙ เจดีย์พิหาร ปรากฏคำว่า “ขพง ๑ นิมิเกาะ ๑ สร” อันเป็นหลักฐานยืนยัน
               ว่าพระมหาธรรมราชา (ลิไท) ได้มาสร้างพระมหาธาตุไว้เมืองสระหลวงตามปรากฏในหลักศิลาจารึกที่ ๘ เขา
               สุมนกูฏ

                       ๔. วิวัฒนาการของเมืองซาก (ชากังราว,ชาการาว,ชคราว,สักเตาไชยยะ) ในฐานะเมืองด่านสำคัญ

               ของรัฐสยามกับรัฐล้านนา

                                    ู้
                                ๔.๑ ผศึกษาเสนอแนวคิดว่า เมืองซาก (ชากังราว,ชาการาว,ชคราว,สักเตาไชยยะ) เป็นเมือง
               ที่พัฒนามาจากการเป็นด่านของรัฐสุโขทยตั้งสมัยพระมหาธรรมราชา (ลิไท) ดังฐานหลักฐานจารึกหลกที่ ๓๑๙
                                                                                                  ั
                                                ั
               เจดีย์พิหาร พบที่วัดเจดีย์คีรีวิหาร ตำบลฝายหลวง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ปรากฏคำว่า “อาย” (อ่าย)
               ซึ่งเป็นภาษาล้านนาที่แปลว่าด่าน และเป็นเมืองด่านท่ป้องกันภัยศึกสงครามดังที่จะเห็นจากการการพบคำใน
                                                            ี
               จารึกเจดีย์พิหารคำว่า “อายธหรจฺคุดูผก” ซึ่งแปลว่า ด่านที่ไว้สำหรับให้ทหารไว้ดูสอดแนม

                                                                                                        ี
                                   ู้
                              ๔.๒ ผศึกษาเสนอแนวคิดว่า เมืองซาก (ชากังราว,ชาการาว,ชคราว,สักเตาไชยยะ)ในอดต
               เป็นเมืองยุทธศาสตร์สำคัญนอกเหนือจากเป็นด่านแล้วยังถือเป็นชุมทางการค้าทั้งทางบกและทางน้ำท่มาจาก
                                                                                                    ี
               หลวงพระบางและจากลานนาลงสู่ลมแม่น้ำน่านก่อนจะลำเลียงล่องไปยังปากน้ำโพอันเป็นชุมทางการคาเหนือ
                                   ้
                                             ุ่
                                                                                                    ้
                                  ั้
               ลุ่มน้ำเจ้าพระยา อีกทงยังเป็นศูนย์ในการกระจายสินค้าของของสยามขึ้นไปยังรัฐล้านนาออกสู่หลวงพระบาง
                                                                                                      ื
               ด้วยเหตุนี้จึงทำให้บริเวณพื้นที่เมืองลับแล เมืองอุตรดิตถ์ มีความเจริญก้าวหน้า ดังจะเห็นได้จากการมีช่อภูมิ
               นามตั้งแต่อดีตมาถึงปัจจุบันที่บ่งบอกถึงจุดกระจายสินค้า นั้นคือ ท่าอิด (อิฐ) ท่าเสา
                              ๔.๓ ผู้ศึกษาเสนอแนวคิดว่า เมืองลับแลง (อำเภอลับแล) มีความเป็นเมืองด่านสำคัญที่ชัดเจน
               อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีเส้นทางสัญจรเชื่อมระหว่างรัฐสยามกับล้านนา (เส้นทางเขาพลึง) ดังจะเห็นจากการ

               ปรากฏภูมินามของหมู่บ้านอาทิ บ้านด่าน (บ้านด่านนาขาม) การปรากฏภูมินามคำว่า “ปาง” อันมีความหมาย
               ว่า ที่พักชั่วคราวระหว่างเดินทาง อาทิ ปางอ้อ,ปางต้นผึ้ง หรือการมีด่านบก (ด่านแม่นางพูน) ซึ่งต่อมาการ
               พัฒนาและยกฐานะขึ้นเป็นเมืองด่านแม่นางพูน ในสมัยรัชกาลที่ ๕ และการปรากฏแหล่งโบราณสถานด่าน

               เมืองลับแลงที่ตำบลนานกกก อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ อันเป็นหลักฐานยืนยันอย่างแน่ชัดว่า เมืองลับแลง
               คือเมืองด่านและเป็นเมืองยุทธศาสตร์สำคัญด้านความมั่นคงและด้านเศรษฐกิจของรัฐสยามตั้งแต่อดีตจนถึง
               ปัจจุบัน



                                       การศึกษาเปรียบเทียบสมมุติฐานเมืองซาก (ทราก) ฯ
                                                        หน้า ๑๔๒
   623   624   625   626   627   628   629   630   631   632   633