Page 166 - ธรรมะบรรยาย1525
P. 166

่
                     เราก็ต้องคิดว่าฝนตกก็เป็นเรื่องของธรรมชาติ    แต่การสวดมนต์ต่างหากเลาที่เป็นเรื่องผิด
                             ่
               ธรรมชาติ ค าวาผิดธรรมชาติคือเราต้องต่อสู้ เราต้องมีจิตเข้มแข็ง ถึงเวลาสวดมันก็ต้องสวด เราจะ
               เอาขี้เกียจไม่ได้  เพราะเราได้สัญญาไว้แล้วว่าเราจะสวดกับวัดเทพเจติยาจารย์  วัดเทพก็พร้อมแล้ว

                                                          ี
                                 ่
               เมื่อพร้อมอย่างนี้ทานทั้งหลายก็ต้องพร้อม  เสยงมันอาจจะขาดบ้าง  ก็ไม่เป็นไร  มันมีหนังสือเราก็
                                                                                     ่
               อ่านตามหนังสือ พอมีเสียงมาก็สวดตามเสียง ก็เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้น ทานทั้งหลายที่ได้มาสวด
               มนต์นี่ถือว่าเป็นบุญกุศลอันยิ่งใหญ่  จากว่าจิตของเรามีความปรารถนาอยากให้สรรพสัตว์ทั้งหลาย

               ในโลกนี้มีความสุขโดยทั่วกัน เพราะว่าเสียงพุทธมนต์นี้หลวงปู่มั่นท่านก็บอกว่าสามารถแผ่กระจาย

               ไปได้หลายพื้นที่ ทานบอกว่าการสวดมนต์ถ้าออกเสียงพอฟังได้มีอานุภาพแผ่ไปได้แสนจักรวาล ถ้า
                                 ่
               สวดมนต์เช้าเย็นธรรมดามีอานุภาพแผ่ไปได้แสนโกฏิจักรวาล  ถ้าสวดเต็มเสียงมีอานุภาพแผ่ไปได้

               ตลอดอนันตจักรวาล  แม้แต่สัตว์ที่อาศัยใน  ๓  ภพ  ที่สุดอเวจีในขุมนรก  ยังได้รับความสุขเมื่อแว่ว

               เสียงพระพุทธมนต์ผ่านลงไป แม้ขณะหรือครู่หนึ่งก็ยังดีกว่าหาความสุขไม่ได้

                     เพราะฉะนั้น  เรามาสร้างบุญกุศลร่วมกัน  และก็จะเป็นบุญเป็นวาสนาบารมีให้เราด้วย  เขา

               เรียกว่า “เมตตาบารมี” เมตตาบารมีนี้ก็คือความปรารถนาดีอยากให้สรรพสัตว์ทั้งหลายในโลกนี้มี

               ความสุขโดยทั่วกัน การท าอย่างนี้มันก็ย่อมมีปัญหาอปสรรค อุปสรรคที่มาก ๆ ก็คือตัวเรานี่เอง คือ
                                                                ุ
               ขันธมาร คือร่างกายของเรานี่คืออุปสรรค ถ้าร่างกายของเราไม่เอื้ออ านวย ปวดนั่นปวดนี่ ปวดหลัง

               ปวดเอว ปวดไหล่ แหม ไม่เอาแล้ววันนี้ขอพักผ่อน นั่นแหละ ๆ แพ้มารแล้ว ๆ เราต้องคิดว่า แหม

               เราจะท าความดีซะอย่างแล้วปวดก็ทน  ถ้าเราตายขณะนี้ก็แย่แน่นอน  ต้องคิดอย่างนี้  สวดมนต์

               ดีกว่า ลักษณะนี้ สู้หน่อย ถ้าร่างกายของเราดีมันก็มากิเลสมาร หงุดหงิดอีกแล้ว เรองเข้ามาอย่าง
                                                                                            ื่

               โน้นอย่างนี้ โอ้  วันนี้อารมณ์ไม่ดีไม่สวดมนต์ดีกว่า เอาละ  ๆ  นี่คือกิเลสมาร  สิ่งที่ทาให้จิตของเรา
               ไขว้เขวจากการสร้างบุญกุศล เมื่อได้เวลาแล้ว ๑๙ นาฬิกา มาสวด ต้องอย่างงี้ ถึงจะสามารถชนะ

               มารได้

                     มารมีทั้งหมด ๕ อย่าง แต่วันนี้เอา ๒ อย่างก็พอ ๑) ขันธมาร คือร่างกายของเรานี้เรียกว่าธาตุ

               ทั้ง ๔ ดิน น้ า ไฟ ลม ๒) กิเลสมาร คือเรื่องของจิต จิตมันกระวนกระวาย จิตมันท้อแท้ มันหดหู่ อัน

               นี้คือกิเลสทั้งนั้น หรือวามารทั้งนั้น มันจะมาขัดขวางเรา เพราะฉะนั้น เราจะต้องสู้ สู้เทานั้นถึงจะ
                                                                                                ่
                                     ่
                                                                         ุ
               ชนะ ต่อไปนี้ได้เวลากราบบูชาพระรัตนตรัยแล้ว สาธ สาธ สาธ อนุโมทามิ
                                                                    ุ
                                                                ุ







                                                          ๑๖๖
   161   162   163   164   165   166   167   168   169   170   171