Page 1332 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1332

1320



                 ล้มละลายฯ มาตรา ๙๑ แต่เมื่อศาลชั้นต้นยกเลิกการล้มละลายแล้วหนี้ดังกล่าวย่อมกลับสภาพเป็นหนี้

                           ั
                                                  ้
                 ที่สมบูรณ์อนท าให้เจ้าหนี้มีสิทธิน ามาฟองบังคับคดีได้ รวมถึงการน ามาขอรับช าระหนี้ต่อเจ้าพนักงาน
                 พิทักษ์ทรัพย์ในคดีล้มละลายคดีใหม่ได้ด้วย หาใช่ไม่มีมูลหนี้ที่จะน ามาขอรับช าระหนี้ได้ไม่
                                                                                 ้
                       ๒. ผลของการยกเลิกล้มละลายตามข้อ ๓. และ ๔. ท าให้ลูกหนี้หลุดพนจากหนี้ทั้งปวงไม่ว่าจะเป็น
                 หนี้ที่เจ้าหนี้ขอรับช าระหนี้ไว้หรือไม่ก็ตาม รวมทั้งหนี้ตามมาตรา ๗๗(๑)หนี้เกี่ยวกับภาษีอากรหรือจังกอบ
                                                                                          ี
                 รัฐบาลหรือเทศบาล และ(๒)หนี้ที่เกิดขึ้นโดยทุจริตฉ้อโกงของบุคคลล้มละลาย หรือหนี้ซึ่งเจ้าหนี้ไม่ได้
                                                                                          ี
                                                                                       ิ
                 เรียกร้องเนื่องจากความทุจริตฉ้อโกงซึ่งบุคคลล้มละลายมีส่วนเกี่ยวข้องสมรู้ ตามค าพพากษาฎีกาที่ ๑๓๖/
                 ๒๕๔๐ ที่วินิจฉัยว่า แม้ พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๓๖ จะมิได้บัญญัติถึงผลของการ

                 ยกเลิกการล้มละลาย ตามมาตรา ๑๓๕ (๓) และ (๔) เอาไว้ แต่เมื่อพจารณาถ้อยค าในมาตรา ๑๓๕ (๓)
                                                                           ิ
                 และ (๔) ก็เห็นได้ว่าเมื่อศาลมีค าสั่งยกเลิกการล้มละลายด้วยเหตุตามอนุมาตราดังกล่าวแล้ว ลูกหนี้ย่อม
                      ้
                 หลุดพนหนี้สินไปทั้งหมดกรณีจึงไม่อาจน ามาตรา ๗๗ ซึ่งเป็นบทบัญญัติเรื่องผลของการปลดจากการ
                                                                                     ี
                 ล้มละลายมาใช้บังคับได้ ไม่จ าต้องวินิจฉัยว่าโจทก์มีพฤติการณ์ฉ้อฉลภาษีหรือไม่อกต่อไป เมื่อศาลมีค าสั่ง
                                                                ้
                 ยกเลิกการล้มละลายตามมาตรา ๑๓๕ (๓)โจทก์จึงหลุดพนจากหนี้สินทั้งหมด ซึ่งรวมทั้งหนี้ภาษีอากรตาม
                  ้
                 ฟอง จ าเลยที่ ๒ ไม่มีอานาจสั่งยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สินของโจทก์น าเงินมาช าระหนี้

                 ค่าภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๑๒
                       ๓. ลูกหนี้ซึ่งเป็นนิติบุคคลต้องเลิกกันเพราะเหตุล้มละลายกลับมีสภาพเป็นนิติบุคคลดังเดิม

                                                      ี
                       ๔. ท าให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่มอ านาจจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ต่อไป
                       ๕. ศาลไม่จ าต้องวินิจฉัยชี้ขาดคดีที่ค้างพิจารณาซึ่งพพาทหรือโต้แย้งกันในปัญหาอื่นๆ
                                                                 ิ
                       ๖. ประทานบัตรการท าเหมืองแร่ที่สิ้นสุดลงเพราะศาลพพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายกลับมา
                                                                       ิ
                 คืนมาอีก

                                                             ์
                 ปัญหาการรวบรวมทรัพย์สินของเจ้าพนักงานพิทักษทรัพย  ์
                                                          ื่
                       แม้กรมบังคับคดีจะออกแนวทางปฏิบัติเพอตรวจสอบลูกหนี้ที่ไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าพนักงาน
                 พทักษ์ทรัพย์ในการรวบรวมทรัพย์สินแต่ลูกหนี้ที่ไม่มีความสุจริตก็ยังหาช่องทางในการหลีกเลี่ยงการ
                  ิ
                                          ิ
                                                                                        ิ
                 ตรวจสอบของเจ้าพนักงานพทักษ์ทรัพย์อยู่ เช่น ศาลฎีกาเคยมีค าวินิจฉัย ตามค าพพากษาศาลฎีกาที่
                 ๕๖๐๘/๒๕๔๓ ว่า แม้หนี้ของเจ้าหนี้ทั้งหลายที่มีต่อจ าเลยจะเป็นหนี้การค้าของบริษัท อ. จ ากัด ที่จ าเลย
                 เข้าเป็นผู้ค้ าประกัน แต่จ าเลยมีฐานะเป็นกรรมการผู้มีอานาจของบริษัทดังกล่าว ย่อมเป็นผู้มีส่วนส าคัญใน

                 การบริหารงาน จ าเลยย่อมต้องทราบดีถึงศักยภาพในการประกอบธุรกิจของบริษัท การที่บริษัท
                 ประกอบการค้าขายขาดทุนจนไม่สามารถช าระหนี้จ านวนมากแก่เจ้าหนี้ได้ ย่อมเป็นเพราะความผิดพลาด

                 หรือประมาทขาดความรอบคอบของจ าเลยเอง หลังจากศาลพพากษาให้จ าเลยล้มละลายแล้วประมาณ
                                                                      ิ
                 ๙ ปี จ าเลยจึงไปให้เจ้าพนักงานพทักษ์ทรัพย์ท าการสอบสวนเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของจ าเลยและ
                                             ิ
                                                                                                      ี
                 ให้การในชั้นไต่สวนเปิดเผยต่อศาล อันเป็นระยะเวลาก่อนจ าเลยยื่นค าร้องขอปลดจากล้มละลายเพยง
                                                 ื่
                 เล็กน้อยส่อให้เห็นว่าเป็นการกระท าเพอหวังประโยชน์ของตนในการขอปลดจากล้มละลายโดยแท้ยิ่งกว่า
   1327   1328   1329   1330   1331   1332   1333   1334   1335   1336   1337