Page 1335 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1335

1323



                 มาพิจารณคดีเพิกถอนนิติกรรมหรือการกระท าใดๆ ที่ลูกหนี้ได้กระท าไปโดยไม่มีอ านาจ ในบางกรณีศาลได้

                  ิ

                 พจารณาคดีไปโดยไม่ทราบมาก่อนว่าคู่ความในคดีนั้นไม่มีอานาจจัดการทรัพย์สินของตนเองเนื่องจากถูก
                                                   ิ
                  ิ
                 พทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ภายหลังศาลมีค าพพากษาไปแล้วเมื่อจะไปด าเนินการบังคับคดีตามค าพพากษาถึง
                                                                                                ิ
                                                                                        ิ
                 ทราบว่าคู่ความในคดีไม่มีอานาจในการจัดการทรัพย์สินท าให้การด าเนินกระบวนพจารณาที่ผ่านมาไม่

                                                                                            ื่
                 ถูกต้อง ดังนั้นเพอป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในกรณีดังกล่าวจึงควรมีมาตรการป้องกัน เพอให้ศาลที่ต้อง
                               ื่
                                                                                                    ิ
                  ิ
                 พจารณาคดีเกี่ยวข้องในทรัพย์สินของลูกหนี้ ได้ทราบว่าลูกหนี้คนใดมีค าสั่งศาลล้มละลายกลางพทักษ์
                                                       ิ
                 ทรัพย์เด็ดขาด หรือศาลล้มละลายกลางมีค าพพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย ไม่สามารถจัดการทรัพย์สิน
                                                                                                    ิ
                 ของตนเองได้ รวมถึงสามารถตรวจสอบได้ว่าทรัพย์สินใดเป็นของลูกหนี้ที่ศาลล้มละลายกลางมีค าสั่งพทักษ์
                                                                              ิ
                 ทรัพย์เด็ดขาด หรือเป็นทรัพย์สินของบุคคลที่ศาลล้มละลายกลางมีค าพพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย
                 เพื่อให้สามารถพิจารณาคดีไปได้อย่างถูกต้อง
                        ศาลแขวงชลบุรีที่ผู้เขียนเคยปฏิบัติงานก็เคยมีคดีที่เกิดจากการกระท าที่ไม่สุจริตของลูกหนี้ โดย

                 เป็นคดีฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดกที่นาย ก. โจทก์ฟ้อง นาย ข. ในฐานะผู้จัดการมรดกเป็นจ าเลยให้ด าเนินการ
                                                    ้
                 แบ่งปันทรัพย์มรดกให้กับทายาท ในค าฟองโจทก์ไม่ได้กล่าวถึงเลยว่าเจ้ามรดกเคยถูกศาลพพากษาให้
                                                                                               ิ
                 ล้มละลายมาก่อน ส่วนนาย ข.ให้การต่อสู้ว่าไม่สามารถแบ่งปันทรัพย์มรดกให้ได้เพราะเจ้ามรดกถูก

                 ศาลล้มละลายกลางพพากษาเป็นบุคคลล้มละลาย ขณะที่คดีนี้อยู่ที่ศูนย์ไกล่เกลี่ยคู่ความถึงมาแถลงว่าเจ้า
                                   ิ
                 มรดกได้รับการปลดจากล้มละลายแล้ว คดีนี้มีการเจรจากันหลายนัด ต่อมาทั้งสองฝ่ายเจรจาตกลงแบ่งปัน

                 ทรัพย์มรดกระหว่างทายาทกันได้เรียบร้อยและจะท าสัญญาประนีประนอมยอมความกัน นาย ข. ให้การ

                                                                                        ้
                 ต่อสู้คดีว่าผู้ตายถูกศาลล้มละลายกลางพพากษาเป็นบุคคลล้มละลายก่อนนาย ก. ฟองคดีจึงไม่สามารถ
                                                   ิ
                 แบ่งปันทรัพย์มรดกให้ได้ ขณะที่คดีอยู่ที่ศูนย์ไกล่เกลี่ย คู่ความทั้งสองฝ่ายเจรจาตกลงแบ่งปันทรัพย์มรดก
                 ระหว่างทายาทกันได้เรียบร้อยและจะท าสัญญาประนีประนอมยอมความกัน แต่ยังต้องไปติดต่อกับเจ้า
                                               ี
                               ี
                          ิ
                 พนักงานพทักษ์อก จึงขอเลื่อนคดีอกครั้งหากด าเนินการเรียบร้อย ผู้จัดการมรดกตกลงที่จะไปโอนที่ดิน
                                       ี่
                                                                    ้
                 ให้กับทายาทตามเงื่อนไขทได้ตกลงกันไว้ ส่วนทายาทจะถอนฟองคดี ผู้พิพากษาผู้ท าหน้าที่ไกล่เกลี่ยเห็นว่า
                 หากเลื่อนคดีไปอกก็จะท าให้คดีล่าช้าไป จึงส่งส านวนคดีเข้าศูนย์นัดความเพอก าหนดนัดสืบพยานต่อไป
                                                                                 ื่
                               ี
                 ก่อน หากต่อมามีการข้อเท็จจริงยุติแล้วก็ให้คู่ความท าสัญญาประนีประนอมยอมความกันในวันนัดพิจารณา
                        ผู้เขียนได้รับมอบหมายเป็นเจ้าของส านวน เมื่อตรวจส านวนคดีจึงพบข้อสังเกตในคดีนี้ว่าทรัพย์สิน
                                  ้
                  ิ
                 พพาทที่นาย ก. มาฟองขอให้นาย ข. ในฐานะผู้จัดการมรดกแบ่งให้กับตนเองนั้นเจ้ามรดกได้ทรัพย์สินมา
                                                  ิ
                 ก่อนที่จะถูกศาลล้มละลายกลางมีค าสั่งพทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด จึงเป็นทรัพย์สินที่จะต้องน ามาให้เจ้าพนักงาน
                 พทักษ์ทรัพย์ท าการรวบรวมเพอแบ่งปันให้กับเจ้าหนี้ที่ยื่นขอรับช าระหนี้ไว้ในคดีล้มละลาย ซึ่งถ้าเจ้าหนี้ยัง
                  ิ
                                          ื่
                 ได้รับช าระหนี้ไม่ครบถ้วนก็จะไม่เหลือทรัพย์สินให้ทายาทของลูกหนี้มาแบ่งปันทรัพย์มรดกได้ ข้อเท็จจริงที่
                 ได้จากค าฟองและค าให้การพบว่าเจ้ามรดกเสียชีวิตเมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๔๙ ศาลมีค าสั่งตั้งผู้จัดการ
                          ้
                 มรดกของผู้ตายเมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ ซึ่งอยู่ในช่วงเวลาหลังจากที่ศาลล้มละลายกลางมีค าสั่ง
                                                                                                ี
                  ิ

                 พทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว เจ้าพนักงานพทักษ์ทรัพย์จึงมีอานาจจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้แต่เพยงผู้เดียว
                                                  ิ

                 ทายาทไม่มีอานาจจัดการทรัพย์สินใดๆของผู้ตายได้แม้จะมีค าสั่งศาลให้เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย จาก
   1330   1331   1332   1333   1334   1335   1336   1337   1338   1339   1340