Page 1338 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1338
1326
จากข้อเท็จจริงที่ได้รับจากเจ้าพนักงานพทักษ์ทรัพย์จะเห็นได้ว่าหลังจากศาลล้มละลายกลางมี
ิ
ิ
ค าสั่งพทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้เด็ดขาด จนศาลล้มละลายกลางมีค าพพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลาย ลูกหนี้ไม่ได้ให้
ิ
่
ื่
ความร่วมมือกับเจ้าพนักงานพทักษ์ทรัพย์เพอรวบรวมทรัพย์สินของตนเพอน ามาช าระหนี้ให้แกเจ้าหนี้ที่ยื่น
ิ
ื่
ิ
ขอรับช าระหนี้ไว้ โดยไม่ยอมมาให้การสอบสวนกิจการและทรัพย์สินตามที่เจ้าพนักงานพทักษ์ทรัพย์ออก
ิ
หมายเรียก ซึ่งการกระท าของลูกหนี้ดังกล่าวย่อมเป็นเหตุให้เจ้าพนักงานพทักษ์ทรัพย์อาจยื่นค าขอต่อศาล
เพื่อขอให้ศาลมีค าสั่งให้หยุดนับระยะเวลาปลดจากล้มละลายก่อนครบก าหนดสามปีได้และถึงแม้กรมบังคับ
คดีจะออกแนวปฏิบัติกรณีปลดล้มละลายโดยผลของกฎหมายให้เจ้าพนักงานพทักษ์ทรัพย์ด าเนินการ
ิ
ิ
ตรวจสอบหากพบว่าลูกหนี้ไม่ให้ความร่วมมือในการรวบรวมทรัพย์สินให้เจ้าพนักงานพทักษ์ทรัพย์สรุป
ส านวนรายงานผู้อานวยการกองหรือผู้อานวยการส านักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาค แล้วแต่กรณี
ื่
เพอขออนุญาตยื่นค าขอต่อศาลให้มีค าสั่งหยุดนับระยะเวลาปลดจากล้มละลายแต่ปรากฏว่าเจ้าพนักงาน
พิทักษ์ทรัพย์ก็ไม่ได้ด าเนินการตามแนวปฏิบัติที่กรมบังคับคดีก าหนดไว้ ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากเจ้าพนักงาน
ิ
พทักษ์ทรัพย์มีส านวนคดีที่ต้องรับผิดชอบเป็นจ านวนมากท าให้การตรวจสอบส านวนไม่ทั่วถึง ส่งผลให้
ลูกหนี้ได้รับการปลดจากการเป็นบุคคลล้มละลายตามผลของกฎหมายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.
ื
ิ
๒๔๘๓ มาตรา ๘๑/๑ ทั้งที่ลูกหนี้ไม่ได้ให้ความร่วมมอกับเจ้าพนักงานพทักษ์ทรัพย์ตามสมควรและถือได้ว่า
ลูกหนี้ไม่มีความสุจริตในการช าระหนี้ ท าให้การปลดลูกหนี้ในกรณีดังกล่าวไม่เป็นไปตามเจตนารมย์ของ
้
กฎหมายที่ต้องการช่วยเหลือลูกหนี้ที่สุจริตมีโอกาสหลุดพนจากการล้มละลายได้ เป็นผลให้นับ
แต่ศาลล้มละลายกลางมีค าสั่งพทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้จนถึงวันที่ลูกหนี้ได้รับการปลดล้มละลายเจ้าหนี้ไม่ได้รับ
ิ
ึ
การช าระหนี้เลยโดยเฉพาะกรณีศกษาที่น ามาเป็นตัวอย่างในบทความนี้เห็นได้ว่านอกจากตัวลูกหนี้ที่เจ้าหนี้
ฟองให้ศาลมีค าสั่งเป็นบุคคลล้มละลายจะไม่สุจริตเพราะในระหว่างพจารณาคดีล้มละลายไม่เคยให้ความ
้
ิ
ร่วมมือกับเจ้าพนักงานพทักษ์ทรัพย์ในการรวบรวมทรัพย์สินแล้ว บรรดาทายาทของลูกหนี้ก็มีเจตนาไม่
ิ
สุจริตด้วยเช่นกันเพราะหลังจากลูกหนี้เสียชีวิตนาย ข. ทายาทของลูกหนี้ได้ยื่นค าร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก
ของผู้ตายจากนั้นได้ด าเนินการจัดการแบ่งปันทรัพย์สินของลูกหนี้โดยไม่แจ้งให้เจ้าพนักงานพทักษ์ทรัพย์
ิ
ทราบ ซึ่งตามพระราชบัญญัติล้มละลายก าหนดว่าหากลูกหนี้ได้ถึงแก่ความตายในระหว่างการพจารณาคดี
ิ
หรือถึงแก่ความตายหลังจากศาลได้พพากษาให้ล้มละลายแล้ว กระบวนพจารณาคดี ล้มละลาย ยังคงต้อง
ิ
ิ
ด าเนินต่อไป ซึ่งตามมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.๒๔๘๓ ได้ให้ความหมาย “กระบวน
พจารณาคดีล้มละลาย” หมายความว่า กระบวนพจารณาซึ่งบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ ไม่ว่าจะกระท า
ิ
ิ
ิ
ต่อศาลหรือต่อเจ้าพนักงานพทักษ์ทรัพย์ตั้งแต่เริ่มคดีจนถึงคดีสิ้นสุด ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงตามที่เจ้า
พนักงานพทักษ์ทรัพย์แถลงต่อศาลว่าลูกหนี้ถึงแก่ความตายภายหลังศาลล้มละลายกลางมีค าสั่งพทักษ์
ิ
ิ
ทรัพย์เด็ดขาดแล้วเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงยังคงมีอานาจเก็บรวบรวมจัดการและจ าหน่ายทรัพย์สินของ
ลูกหนี้ต่อไปจนกว่าเจ้าหนี้จะได้รับช าระหนี้ครบถ้วนหรือคดีสิ้นสุดลง นอกจากนี้ตามพระราชบัญญัติ
ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๘๕ บัญญัติว่า “การที่ทายาท หรือผู้จัดการมรดก หรือผู้ปกครองทรัพย์ได้
กระท าไปเกี่ยวกับทรัพย์มรดกจะใช้ได้เพยงไรหรือไม่นั้น ให้ถือเสมือนว่าเป็นการกระท าของลูกหนี้หรือ
ี
บุคคลล้มละลายตามความในพระราชบัญญัตินี้” มาตรา ๒๓ บัญญัติว่า“เมื่อลูกหนี้ได้รับทราบค าสั่ง

