Page 1339 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1339
1327
ั
ิ
พทักษ์ทรัพย์แล้ว ลูกหนี้ต้องส่งมอบทรัพย์สิน ดวงตรา สมุดบัญชี และเอกสารอนเกี่ยวกับทรัพย์สินและ
ิ
กิจการของตนซึ่งอยู่ในความครอบครองให้แก่เจ้าพนักงานพทักษ์ทรัพย์ทั้งสิ้น” และ มาตรา ๒๔ บัญญัติว่า
“เมื่อศาลสั่งพทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้แล้ว ห้ามมิให้ลูกหนี้กระท าการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สิน หรือกิจการ
ิ
ของตน เว้นแต่จะได้กระท าตามคาสั่งหรือความเห็นชอบของศาล เจ้าพนักงานพทักษ์ทรัพย์ ผู้จัดการทรัพย์
ิ
หรือที่ประชุมเจ้าหนี้ ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้” ดังนั้น หลังจากที่ลูกหนี้เสียชีวิตในระหว่าง
พจารณาคดีล้มละลาย ทายาท ผู้จัดการมรดก หรือผู้ปกครองทรัพย์จะต้องเข้ามาเป็นผู้แทน ลูกหนี้ผู้ตาย
ิ
ต่อไปและให้ถือว่าการกระท าของทายาทเสมือนเป็นการกระท าของลูกหนี้หรือบุคคลล้มละลาย โจทก์และ
จ าเลยในคดีนี้ซึ่งเป็นทายาทของลูกหนี้จึงมีหน้าที่ต้องส่งมอบทรัพย์สินและเอกสารอันเกี่ยวกันทรัพย์สินและ
กิจการของลูกหนี้ซึ่งอยู่ในความครอบครองให้แก่เจ้าพนักงานพทักษ์ทรัพย์ทั้งสิ้นตามพระราชบัญญัติ
ิ
ล้มละลาย พ.ศ.๒๔๘๓ มาตรา ๘๕ การด าเนินการต่างๆเกี่ยวกับทรัพย์สินของเจ้ามรดกทั้งหมดที่ผู้จัดการ
มรดกและทายาททั้งหมดได้ด าเนินการต่อมาจึงเป็นการกระท าไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผลกระทบที่เกิดขึ้น
จากการกระท าต่างๆของผู้จัดการมรดกและทายาทท าให้ในภายหลังเมื่อเจ้าพนักงานพทักษ์ทรัพย์ทราบถึง
ิ
ิ
ิ
การกระท าที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายดังกล่าว เจ้าพนักงานพทักษ์ทรัพย์ก็ต้องเข้ามาด าเนินการเพกถอนนิติ
กรรมต่างๆที่ผู้จัดการมรดกและทายาทได้กระท าไปโดยไม่มีอานาจ ในส่วนการด าเนินกระบวนพจารณาใน
ิ
ศาลที่ผู้จัดการมรดกและบรรดาทายาทของลูกหนี้มีข้อพพาทกันมาที่อยู่ในระหว่างพิจารณาคดีก็ดี หรือศาล
ิ
ิ
มีค าพพากษาหรือมีค าสั่งไปแล้วก็ดี ก็อาจต้องรื้อฟนพจารณาคดีใหม่ ท าให้เสียเวลาพจารณาคดีไปโดยไม่
ื้
ิ
ิ
จ าเป็น โดยเฉพาะในกรณีศึกษาในคดีนี้จะเห็นได้ว่ามีคดีที่เกี่ยวข้องหลายคดี และหลายศาล ไม่ว่าจะเป็น
้
้
การยื่นค าร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก ผู้จัดการมรดกฟองเรียกทรัพย์มรดกคืนจากบุคคลอื่น การฟองขอแบ่ง
ทรัพย์มรดกระหว่างทายาท ผู้จัดการมรดกฟ้องทายาทให้ปฏิบัติตามสัญญาแบ่งทรัพย์มรดก และทายาทยื่น
ิ
ค าร้องขอให้เพกถอนผู้จัดการมรดก ซึ่งล้วนแต่เป็นการพจารณาคดีไปโดยที่ศาลไม่ทราบข้อเท็จจริงเลยว่า
ิ
บรรดาทายาทของผู้ตายไม่มีอ านาจจัดการทรัพย์สินใดๆได้เลย
ิ
ดังนั้น หากมีกระบวนการที่ท าให้ศาลต่างๆได้ทราบว่าคู่ความในคดีมีค าสั่งศาลให้พทักษ์ทรัพย์
ิ
ิ
เด็ดขาดหรือมีค าพพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย หรือทรัพย์สินที่พพาทในคดีเป็นของลูกหนี้ที่มีค าสั่งศาล
ิ
ิ
ให้พทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดหรือมีค าพพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายก็จะเป็นประโยชน์ในการด าเนิน
กระบวนพจาราณาคดีนั้นๆไปได้อย่างถูกต้อง เพราะในบางครั้งคู่ความอาจปิดบังข้อเท็จจริงท าให้ไม่ทราบ
ิ
ว่าทรัพย์สินที่พพาทกันอยู่ได้ด าเนินการไปโดยไม่มีอานาจกระท าได้ ในขั้นตอนปฏิบัติเมื่อศาลล้มละลายกลาง
ิ
มีค าสั่งพทักษ์เด็ดขาดลูกหนี้แล้วศาลล้มละลายกลางจะส่งหมายแจ้งค าสั่งพทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดให้
ิ
ิ
เจ้าพนักงานพทักษ์ทรัพย์ทราบเท่านั้น ศาลยุติธรรมอนจึงไม่ทราบค าสั่งศาลล้มละลายกลางด้วย ที่ผ่านมา
ิ
ื่
พบว่าในศาลชั้นต้นจะมีการตรวจสอบข้อมูลบุคคลล้มละลายเฉพาะกรณีนายประกันมายื่นขอปล่อยตัว
ั
ชั่วคราวเท่านั้น โดยงานประชาสัมพนธ์ของแต่ละศาลจะตรวจสอบบุคคลที่มาขอท าสัญญาประกันหาก
ิ
ิ
พบว่าผู้ขอประกันมีค าสั่งศาลให้พทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดหรือมีค าพพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายก็จะไม่
อนุญาตให้ท าสัญญาประกัน แต่ส าหรับการพจารณาคดียังไม่มีขั้นตอนในการตรวจสอบข้อมูลบุคคล
ิ
ล้มละลายส าหรับคดีที่พิจารณาในศาล ท าให้บางครั้งอาจเสียเวลาพิจารณาคดีไปโดยไม่สามารถบังคับคดีได้

