Page 1340 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1340

1328



                 เช่นกรณีศึกษาในคดีนี้ในชั้นไกล่เกลี่ยคู่ความได้เจรจาตกลงแบ่งที่ดินมรดกเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงขั้นตอน

                 ท าสัญญาประนีประนอมยอมความกันเท่านั้น ซึ่งหากมีการตรวจสอบข้อมูลล้มละลายของคู่ความในคดีและ
                                                                                        ้
                                                                ิ
                 ผู้มีชื่อเป็นเจ้าของทรัพย์สินหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินที่พพาทกันในคดีตั้งแต่ตอนรับฟองเช่นเดียวกับกรณี
                 นายประกันมาขอท าสัญญาประกันก็จะท าให้ทราบข้อเท็จจริงในเบื้องต้นท าให้สามารถด าเนินกระบวน

                                                                                             ิ
                 พิจารณาไปได้อย่างถูกต้อง หรือในกรณีศึกษาในเรื่องนี้หลังจากลูกหนี้ถูกศาลล้มละลายกลางพทักษ์เด็ดขาด
                 ไปแล้ว ลูกหนี้ได้ถึงแก่ความตาย ทายาทจึงไปยื่นค าร้องขอจัดการมรดก ซึ่งศาลก็จะพิจารณาเฉพาะบุคคลที่

                                                                                ่
                 จะตั้งเป็นผู้จัดการมรดกหากมีคุณสมบัติไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๑๘
                 กล่าวคือหากเป็นบุคคลที่บรรลุนิติภาวะแล้ว ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นผู้เสมือนไร้

                                                                          ื่
                 ความสามารถ ไม่ได้ถูกศาลสั่งให้เป็นคนล้มละลาย และไม่มีทายาทอนคัดค้าน ศาลก็จะมีค าสั่งตั้งให้เป็น
                 ผู้จัดการมรดกของผู้ตาย จากนั้นผู้จัดการมรดกอาศัยโอกาสที่เจ้าพนักงานพทักษ์ทรัพย์ไม่ทราบว่าทรัพย์สิน
                                                                              ิ
                 ของลูกหนี้(ผู้ตาย)มีอะไรบ้าง ด าเนินการโอนที่ดินทรัพย์มรดกบางแปลงให้กับทายาทไปซึ่งหากทายาทไม่ม ี

                                                                                    ิ
                 ข้อพิพาทกันจนน าคดีมาสู่ศาลเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก็จะยังไม่ทราบว่าที่ดินที่พพาทกันนั้นเป็นทรัพย์สิน
                 ของลูกหนี้ที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ต้องรวบรวมมาช าระหนี้ให้กับเจ้าหนี้  จะเห็นได้ว่าการที่ศาลพิจารณา

                                                                                      ิ
                 คดีไปโดยไม่ทราบข้อเท็จจริงอย่างถูกต้องนอกจากจะท าให้การด าเนินกระบวนพจารณาเป็นไปโดยไม่
                 ถูกต้อง ยังท าให้ลูกหนี้ที่ไม่สุจริตยังอาจน าค าพพากษาหรือค าสั่งไปใช้ในการโอน ยักย้าย ปกปิด หรือซุก
                                                        ิ
                 ซ่อนทรัพย์สิน ท าให้การติดตามทรัพย์สินของลูกหนี้ท าได้ยากขึ้น แต่หากปรากฏข้อเท็จจริงมาในชั้น

                 พจารณาว่าเจ้ามรดกถูกพทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดศาลก็อาจพจารณามีค าสั่งไม่ตั้งผู้จัดการมรดกในกรณีนี้หรือ
                                                                ิ
                                      ิ
                  ิ
                 อาจตั้งผู้จัดการมรดกโดยก าหนดเงื่อนไขโดยเคร่งครัดก็จะช่วยป้องกันไม่ให้ผู้จัดการมรดกด าเนินการ
                                              ิ
                 เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ถูกพทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายได้ ดังนั้น หากในการ
                                                                                                  ิ
                 พิจารณาคดีของศาลมีเครื่องมือหรือกระบวนการตรวจสอบข้อมูลท าให้ทราบได้ว่าของทรัพย์สินที่พพาทกัน
                 ในคดีว่ามีความเกี่ยวข้องกับบุคคลที่ศาลมีค าสั่งพทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดหรือบุคคลล้มละลายหรือไม่ ก่อนเริ่ม
                                                         ิ
                 พิจารณาคดีก็จะท าให้สามารถด าเนินคดีไปได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ


                 บทสรุปและข้อเสนอแนะ

                        การติดตาม รวบรวมทรัพย์สินของบุคคลล้มละลายมาช าระให้กับเจ้าหนี้เป็นปัญหาและอปสรรค
                                                                                                  ุ
                 ส าคัญอย่างหนึ่งในการบังคับคดีล้มละลาย สาเหตุส าคัญเกิดจากลูกหนี้พยายามยักย้าย ซุกซ่อน ทรัพย์สิน

                 ของตนไม่ให้ตรวจสอบพบ บางครั้งการด าเนินการของลูกหนี้ที่ไม่สุจริตจ าเป็นต้องผ่านกระบวนการในชั้น

                 ศาล ซึ่งลูกหนี้ก็จะปกปิดข้อเท็จจริงไม่แจ้งต่อศาลในการพิจารณาคดี ซึ่งการพจารณาพพากษาคดีแพงศาล
                                                                                        ิ
                                                                                 ิ
                                                                                                    ่
                     ิ
                 จะพจารณาข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานที่คู่ความน าเสนอเข้ามาในส านวน บางครั้งหากคู่ความน าเสนอ
                 ข้อเท็จจริงที่ไม่ถูกต้อง หรือปกปิดข้อเท็จจริงย่อมท าให้การพพากษาตัดสินคดีผิดพลาดไปด้วย แม้ในบาง
                                                                    ิ
                              ิ
                 กรณีสามารถเพกถอนกระบวนพจารณา หรือค าพพากษาหรือค าสั่งอาจถูกแก้ไขให้ถูกต้องโดยค าพพากษา
                                                          ิ
                                                                                                  ิ
                                            ิ
                 ของศาลสูง แต่การด าเนินกระบวนพจารณาที่เกิดจากการรับฟงเท็จจริงที่ไม่ถูกต้องย่อมเกิดความเสียหาย
                                               ิ
                                                                    ั
                 ต่อผู้มีส่วนได้เสียในคดี
   1335   1336   1337   1338   1339   1340   1341   1342   1343   1344   1345