Page 1343 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1343
๑๓๓๑
Court in raising the level of protection of fundamental freedoms of the accused and the
defendant “Minimizing Unnecessary Confinement” This article aims to present laws relating
to community service or public service work in lieu of fine, related concepts and theories,
author's experience and enforcement to find ways to make community service or public
service work in lieu of fine that are clear, appropriate and effective according to the intent
of the law, including driving the policies of the President of the Supreme Court to achieve
real success.
Keyword : social service work , Doing work in the public interest instead of fines
๑. บทน า
สิทธิและเสรีภาพของบุคคลได้รับการรับรองและคุ้มครองตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน
(Universal Declaration of Human Rights) ซึ่งประกาศโดยข้อมติที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติเมื่อ
ื่
วันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๔๙๑ มีวัตถุประสงค์เพอส่งเสริมความตระหนักรู้เกี่ยวกับหลักการสากลด้านสิทธิ
มนุษยชนให้กับประชาชนได้รับทราบ โดยเฉพาะสิทธิขั้นพนฐานของตนเองซึ่งไม่ควรถูกละเมิด และการ
ื้
เคารพสิทธิของผู้อื่นซึ่งจะช่วยส่งเสริมสันติสุขภายในสังคม
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทธศักราช ๒๕๖๐ บัญญัติให้ความคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
ุ
ของปวงชนชาวไทย สอดคล้องกับปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนหลายประการ เช่น สิทธิและเสรีภาพ
๑
ในชีวิตและร่างกาย สิทธิในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา สิทธิในความเป็นอยู่ส่วนตัว เสรีภาพ ในการ
ิ่
เดินทางและการเลือกถนที่อยู่ เป็นต้น ตามรัฐธรรมนูญฯ ประชาชนทุกคนมีสิทธิและเสรีภาพอย่างเท่าเทียม
๒
กัน แต่หากบุคคลใดกระท าความผิดที่มีโทษทางอาญา บุคคลนั้นจะถูกจ ากัดสิทธิหรือเสรีภาพบางประการ
เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยและประชาชนอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข
ั
บุคคลจะได้รับโทษทางอาญาก็ต่อเมื่อกระท าการอนกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดและก าหนดโทษ
ไว้ ซึ่งโทษที่ศาลจะลงแก่ผู้กระท าความผิดนั้น ได้แก่ ประหารชีวิต จ าคุก กักขัง ปรับ และริบทรัพย์สิน
๓
๔
โทษจ าคุกและโทษกักขงเป็นโทษที่บังคับเอาแก่เสรีภาพของผู้กระท าความผิด เนื่องจากการบังคบโทษได้แก่
ั
ั
การส่งตัวผู้กระท าความผิดไปควบคุมยังเรือนจ า ทัณฑสถาน หรือสถานที่กักขัง โทษปรับเป็นโทษที่บังคับ
เอาแก่ทรัพย์สินของผู้กระท าความผิด หากผู้ต้องโทษปรับไม่ช าระค่าปรับให้ครบถ้วนภายใน ๓๐ วันนับแต่
ู
วันที่ศาลมีค าพิพากษา หรือไม่มีเงินช าระคาปรับ ผู้ต้องโทษปรับอาจถกยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้อง
่
๑ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๕.
๒ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๗.
๓ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๙.
๔ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๘.

