Page 1348 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1348

๑๓๓๖

                                                        ื่
                 ของผู้ต้องโทษปรับที่จะต้องยื่นค าร้องต่อศาลเพอขอท างานบริการสังคมหรือท างานสาธารณประโยชน์แทน
                                        ี
                                                         ิ
                 ค่าปรับ แก้ไขใหม่ก าหนดเพยงว่า ศาลต้องมีค าพพากษาปรับ โดยไม่มีก าหนดจ านวนเงินค่าปรับขั้นสูงและ

                 เพมอานาจของศาลในการที่จะสั่งให้ผู้ต้องโทษปรับท างานบริการสังคมหรือท างานสาธารณประโยชน์แทน
                   ิ่
                 ค่าปรับได้โดยไม่ต้องมีค าร้อง โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้

                              ๑. ศาลมีค าพิพากษาปรับ

                              ๒. ผู้ต้องโทษปรับเป็นบุคคลธรรมดา

                              ๓. ผู้ต้องโทษปรับไม่มีเงินช าระค่าปรับ

                              ๔. ผู้ต้องโทษปรับยื่นค าร้องขอท างานบริการสังคมหรือท างานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับ

                 ต่อศาลชั้นต้นที่พิจารณาคดี

                                                      ิ
                              ๕. ความปรากฏแก่ศาลขณะพพากษาคดีว่าผู้ต้องโทษปรับอยู่ในเกณฑ์ที่จะท างานบริการ
                 สังคมหรือท างานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับได้ และผู้ต้องโทษปรับยินยอมที่จะท างานบริการสังคมหรือ

                 ท างานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับ

                              จากหลักเกณฑ์ดังกล่าวเห็นได้ว่า สาระส าคัญของการที่ผู้ต้องโทษปรับจะท างานบริการสังคม

                                                                                 ิ
                 หรือท างานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับได้ตามกฎหมายคือ ศาลต้องมีค าพพากษาปรับ และผู้ต้องโทษ
                 ปรับเป็นบุคคลธรรมดาที่ไม่มีเงินช าระค่าปรับเท่านั้น ดังนั้น หากผู้ต้องโทษปรับไม่ใช่บุคคลธรรมดา หรือมี

                 เงินเพยงพอที่จะช าระค่าปรับ ผู้ต้องโทษปรับไม่สามารถยื่นค าร้องขอท างานบริการสังคมหรือท างาน
                      ี
                 สาธารณประโยชน์แทนค่าปรับได้ และในกรณีที่ความปรากฏแก่ศาลหรือศาลเห็นเองในขณะพิพากษาคดีว่า

                 ผู้ต้องโทษปรับอยู่ในเกณฑ์ที่จะท างานบริการสังคมหรือท างานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับได้ ศาลต้อง

                 สอบถามผู้ต้องโทษปรับเสียก่อนว่ายินยอมท างานบริการสังคมหรือท างานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับ


                 หรือไม่ หากยินยอม ศาลจึงจะมีอานาจสั่งให้ผู้ต้องโทษปรับท างานบริการสังคมหรือท างาน
                 สาธารณประโยชน์แทนค่าปรับได้


                        ๓.๒ ระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม วาด้วยการก าหนดจ านวนชั่วโมงที่ถือเป็นการ
                                                                  ่
                 ท างานหนึ่งวัน และแนวปฏิบัติในการให้ท างานบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับและการ

                 เปลี่ยนสถานที่กักขัง พ.ศ. ๒๕๔๖


                              ระเบียบฉบับนี้ ประธานศาลฎีกาออกโดยอาศัยอานาจตามความในมาตรา ๓๐/๑ วรรคหก
                 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และมาตรา ๕ แห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๐

                 มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๖ มีสาระส าคัญ ดังนี้
   1343   1344   1345   1346   1347   1348   1349   1350   1351   1352   1353