Page 1350 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1350

๑๓๓๘

                                   อย่างไรก็ดี การกระท าความผิดของผู้ต้องโทษปรับบางประเภทระเบียบฉบับนี้

                 ก าหนดให้เป็นสภาพความผิดที่ไม่ควรอนุญาตให้ท างานบริการสังคมหรือท างานสาธารณประโยชน์แทน

                                                                               ั
                 ค่าปรับ ได้แก่ ความผิดที่ได้กระท าไปด้วยเจตนาร้ายหรือทุจริตฉ้อฉล อนมีผลกระทบต่อสาธารณชน
                                                                              ื่
                 ส่วนรวม หรือความผิดที่กฎหมายประสงค์จะลงโทษในทางทรัพย์สินเพอไม่ให้ได้รับประโยชน์จากการ
                 กระท าความผิด เช่น ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ความผิดเกี่ยวกับการค้ายาเสพติด ความผิดเกี่ยวกับการ

                 ฟอกเงิน ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการ

                 ประกอบกิจการสถาบันการเงิน หรือความผิดตามกฎหมายศุลกากร เป็นต้น

                                                                               ื่
                                                             ั
                                                                                                       ื่
                               (๕) ขอความร่วมมือจากพนักงานอยการหรือหน่วยงานอนในการสืบเสาะหาข้อมูลเพอ
                 ประกอบการพิจารณา
                              ๓)  ประเภทงานและระยะเวลาการท างาน

                               เมื่อมีค าสั่งอนุญาต ศาลจะก าหนดลักษณะหรือประเภทของงาน ผู้ดูแล วันเริ่มท างาน

                 ระยะเวลาการท างาน และจ านวนชั่วโมงที่ถือเป็นการท างานหนึ่งวัน โดยพิจารณาจากค าร้อง (บ.ส. ๑) และ

                 ประวัติจ าเลย (บ.ส. ๒) ซึ่งเป็นแบบพมพตามที่ระเบียบฉบับนี้ก าหนดไว้ ค านึงถึงเพศ ประวัติ ความ
                                                  ิ
                                                     ์
                 ประพฤติ สติปัญญา หรือสุขภาพ ของผู้ต้องโทษปรับประกอบด้วย และศาลอาจก าหนดเงื่อนไขให้

                                         ื่
                                                ื้
                                                                                           ี
                 ผู้ต้องโทษปรับต้องปฏิบัติเพอแก้ไขฟนฟ หรือเป็นการป้องกันไม่ให้กระท าความผิดขึ้นอกได้ โดยจ านวน
                                                   ู
                 ชั่วโมงที่ถือเป็นการท างานหนึ่งวันเป็นไปตามข้อ ๓ ดังนี้

                                  (๑) การท างานช่วยเหลือดูแลอานวยความสะดวกหรือให้ความบันเทิงแก่คนพิการ คนชรา
                 เด็กก าพร้าหรือผู้ป่วยในสถานสงเคราะห์หรือสถานพยาบาล งานวิชาการหรืองานบริการด้านการศึกษา เช่น

                 การสอนหนังสือ การค้นคว้าวิจัย หรือการแปลเอกสาร เป็นต้น จ านวน ๒ ชั่วโมงเป็นการท างานหนึ่งวัน

                                  (๒) การท างานวิชาชีพ งานช่างฝีมือหรืองานที่ต้องใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญ เช่น งาน

                 ช่างฝีมือเครื่องยนต์ งานก่อสร้าง งานที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์หรือวิชาชีพอย่างอื่น เป็นต้น จ านวน ๓ ชั่วโมง

                 เป็นการท างานหนึ่งวัน

                                                                ็
                                                                                   ื่
                                  (๓) การท างานบริการสังคมหรือบ าเพญสาธารณประโยชน์อนที่ไม่ต้องใช้ความรู้ความ
                 เชี่ยวชาญ เช่น งานท าความสะอาด หรืองานดูแลสวนป่าหรือสวนสาธารณะ งานด้านการจราจร เป็นต้น

                 จ านวน ๔ ชั่วโมงเป็นการท างานหนึ่งวัน

                                                                                                  ื่
                                  ในกรณีที่มีเหตุอนสมควร เช่น การท างานก่อความเสียหายแก่สังคมหรือบุคคลอน หรือ
                                             ั
                 ก่อให้เกิดภาระเกินสมควรแก่ผู้ต้องโทษปรับ ศาลอาจก าหนดจ านวนชั่วโมงการท างานให้น้อยลงได้ ทั้งนี้

                 ศาลจะก าหนดให้ผู้ต้องโทษปรับท างานติดต่อกันไปก็ได้ แต่หากมิได้ก าหนดไว้ การท างานดังกล่าวต้องอยู่ใน

                 ก าหนดเวลาสองปีนับแต่วันเริ่มท างาน
   1345   1346   1347   1348   1349   1350   1351   1352   1353   1354   1355