Page 1496 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1496
๑๔๘๓
ิ
ื่
ั
การด าเนินกระบวนพจารณาเพอลดการพบปะปฏิสัมพนธ์ระหว่างบุคคล ระงับมิให้โรคติดต่อแพร่กระจาย
ในพนที่เรือนจ ามากยิ่งขึ้น และรักษาสุขอนามัยของคู่ความในคดี อนเป็นการป้องกันโรคติดต่อร้ายแรง
ื้
ั
๑
ดังกล่าวไม่ให้แพร่ระบาดในวงกว้าง สอดคล้องกับนโยบายของประธานศาลฎีกา เรื่องการน าเทคโนโลยี
ิ
มาสนับสนุนการอานวยความยุติธรรม การพจารณาพพากษาคดี และการมีส่วนร่วมของประชาชน การน า
ิ
ิ
ิ
ื่
เทคโนโลยีมาใช้กับการพจารณาคดีจึงมีความส าคัญและจ าเป็นเร่งด่วนเพอให้การพจารณาคดีบางส่วน
สามารถด าเนินต่อไปได้โดยทุกฝ่ายปลอดภัยจากโรคติดต่อร้ายแรง และยังคงคุ้มครองสิทธิของผู้เกี่ยวข้อง
ได้ตามกฎหมาย
ื
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพ่อศึกษาและวิเคราะห์การด าเนินกระบวนพิจารณากับผู้ต้องขัง
ในเรือนจ าโดยการน าระบบการประชุมในลักษณะทางจอภาพมาใช้ในสถานการณ์โรคติดต่อร้ายแรงหรอ
ื
มีเหตุจ าเป็นโดยสะท้อนมุมมองและข้อขัดข้องในฐานะผู้ปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น รวมทั้งแนวทางที่อาจน าไป
สู่การแก้ไขระเบียบปฏิบัติราชการหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพอน าวิธีพจารณาคดีในลักษณะการประชุม
ื่
ิ
ื่
ิ
ทางจอภาพกับผู้ต้องขังในเรือนจ าไปใช้ในสถานการณ์ที่มีเหตุจ าเป็นอน ๆ เช่น เหตุภัยพบัติทางธรรมชาติ
ิ
ื่
สถานการณ์ฉุกเฉิน และกรณีผู้ต้องขังถูกคุมขังในคดีอนต่างท้องที่กับศาลที่พจารณาคดีส าหรับผู้ต้องขังนั้น
หรือแม้กระทั่งใช้ในสถานการณ์ปกติกับคดีบางประเภทโดยมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ ซึ่งก่อให้เกิดผลดี
ในแง่ความสะดวก ความปลอดภัย การลดภาระในการเคลื่อนย้ายผู้ต้องขัง และการประหยัดค่าใช้จ่าย
๑. สิทธิของจ าเลยในกระบวนพิจารณาคดีอาญาของศาล
ิ
้
นับแต่เวลาที่โจทก์ยื่นค าฟองต่อศาล จ าเลยมีสิทธิได้รับการพจารณาคดีด้วยความรวดเร็ว
ต่อเนื่อง และเป็นธรรม ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความอาญา มาตรา ๘ (๑) ซึ่งเป็น
ิ
หลักการสากลในการด าเนินคดีโดยมีการรับรองทั้งในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ค.ศ. ๑๙๔๘
๒
๓
กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ค.ศ. ๑๙๖๖ และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิ
๔
มนุษยชนแห่งยุโรป ค.ศ. ๑๙๕๐ นอกจากนี้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทธศักราช ๒๕๖๐
ุ
มาตรา ๑๘๘ วรรคสอง ก าหนดให้ผู้พพากษาและตุลาการย่อมมีอสระในการพจารณาพพากษาอรรถคดี
ิ
ิ
ิ
๕
ิ
ั้
ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายให้เป็นไปโดยรวดเร็ว เป็นธรรม และปราศจากอคติทงปวง
การสืบพยานในคดีอาญามีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาความจริง เพื่อพิสูจน์ว่ามีการกระท าผิดจริง
หรือไม่ และจ าเลยเป็นผู้กระท าความผิดนั้นหรือไม่ หากศาลเห็นว่าจ าเลยมิได้กระท าผิดก็ดี การกระท า
ของจ าเลยไม่เป็นความผิดก็ดี คดีขาดอายุความก็ดี มีเหตุตามกฎหมายที่จ าเลยไม่ควรต้องรับโทษก็ดี ให้ศาล
ยกฟองโจทก์ปล่อยจ าเลยไป แต่เมื่อศาลเห็นว่าจ าเลยกระท าผิด และไม่มีการยกเว้นโทษตามกฎหมาย
้
๑ นโยบายประธานศาลฎีกา. (ตุลาคม-ธันวาคม ๒๕๖๒). จุลสารศาลฎีกา หน้า 5 - 6.
๒ Universal Declaration of Human Rights, Article 10
๓ International Covenant on Civil and Political Rights, Article 14
๔ European Convention on Human Rights, Article 6
๕ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐

