Page 1498 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1498
๑๔๘๕
(๕) การเดินเผชิญสืบนอกศาลหรือส่งประเด็นไปสืบยังศาลอนและจ าเลยแถลงไม่ติดใจ
ื่
เข้าร่วมการเดินเผชิญสืบหรือการสืบพยานยังศาลอื่น ตามมาตรา ๒๒๙ ประกอบมาตรา ๒๓๐
(๖) กรณีการสืบพยานไว้ล่วงหน้าก่อนถึงกาหนดวันนัดสืบพยาน ตามมาตรา ๕๕/๑, ๑๗๓/๒
วรรคสอง และ ๒๓๗ ทวิ
ิ
ั
(๗) จ าเลยหลบหนี หรือไม่มาฟงการพจารณาและสืบพยาน หากศาลออกหมายจับแล้ว
ไม่ได้ตัวจ าเลยภายในก าหนดเวลาสามเดือน (เว้นแต่คดีที่มีอตราโทษประหารชีวิตหรือคดีที่จ าเลยมีอายุ
ั
ไม่เกินสิบแปดปีในวันที่ถูกฟ้องต่อศาล) ตามมาตรา ๑๗๒ ทวิ/๑
ิ
การสืบพยานลับหลังจ าเลยจะต้องเข้าหลักเกณฑ์ตามบทบัญญัติดังกล่าว มิฉะนั้นการพจารณา
ิ
และสืบพยานลับหลังจ าเลยย่อมไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความอาญา มาตรา ๑๗๒ วรรคหนึ่ง
ส่งผลให้ค าเบิกความของพยานกรณีเช่นนั้นไม่อาจใช้เป็นพยานหลักฐานยันจ าเลยได้ แม้จ าเลยจะยินยอม
ิ
ก็ตาม เพราะหลักส าคัญประการหนึ่งของวิธีพจารณาความอาญา คือ หลักการตรวจสอบ (Examination
Principle) จะน าหลักความประสงค์ของคู่ความ (Principle of Party Disposition) หรือหลักความตกลง
๘
(Negotiation Principle) ของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับไม่ได้
๒. กฎหมาย ข้อบังคับ และระเบียบเกี่ยวกับการพิจารณาคดีอาญาในลักษณะการประชุมทางจอภาพ
โทรทัศน์วงจรปิด หรือระบบอิเล็กทรอนิกส์
ประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความอาญาก าหนดให้มีการด าเนินกระบวนพจารณาคดีอาญา
ิ
ิ
โดยใช้วิธีการประชุมในลักษณะทางจอภาพ โทรทัศน์วงจรปิด หรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ ดังนี้
(๑) การสอบถามผู้ตองหาหรือไตสวนการขอหมายขังผู้ตองหาในลักษณะการประชุมทาง
จอภาพ กรณีพนักงานอัยการหรือพนักงานสอบสวนร้องขอและผู้ตองหามิได้คัดค้าน ศาลอาจอนุญาตให้น า
ผู้ต้องหาหรือพยานหลักฐานไปยังสถานที่ท าการของทางราชการ หรือสถานที่แห่งอนที่ศาลเห็นสมควร
ื่
โดยให้เป็นไปตามข้อบังคับบังคับของประธานศาลฎีกาโดยความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกา
เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ โดยให้ถือเสมือนว่าเป็นการไตสวนในห้องพจารณาของศาล
ิ
มาตรา ๘๗/๑ และต่อมามีข้อบังคับของประธานศาลฎีกาว่าด้วยการสอบถามผู้ต้องหาหรือท าการไตสวน
พยานหลักฐานในการออกหมายขังผู้ต้องหาในลักษณะการประชุมทางจอภาพ พ.ศ. ๒๕๕๖ ออกตาม
บัญญัติดังกล่าว
(๒) การสืบพยาน เมื่อได้พเคราะห์ถึงเพศ อายุ ฐานะ สุขภาพ อนามัย ภาวะแห่งจิต
ิ
ของพยานหรือความเกรงกลัวที่พยานมีต่อจ าเลยแลว จะด าเนินการโดยไม่ให้พยานเผชิญหนาโดยตรงกับจ าเลย
ิ
ก็ได้ ซึ่งอาจใช้โทรทัศน์วงจรปิด สื่ออเล็กทรอนิกส์ หรือวิธีอน ตามที่ก าหนดในข้อบังคับของประธาน
ื่
ศาลฎีกา โดยจะสอบถามผ่านนักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ หรือบุคคลอนที่พยานไววางใจด้วยก็ได้
ื่
๘ ธานิศ เกศวพิทักษ์. (2557). ค าอธิบายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เล่ม 2. หน้า 238.

