Page 1852 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1852
๑๘๓๘
หมายจับตามมาตรา 5(๕) ต้องเป็นหมายจับที่ออกเนื่องจากบุคคลตามหมายจับไม่ปฏิบัติตาม
่
หมายเรียกหรือค าสั่งศาล โดยศาลอาจเป็นผู้เห็นสมควรออกหมายจับเอง หรือมีผู้ร้องขอและอาจเป็นคดีแพง
12
หรือคดีอาญาก็ได้ เช่น หมายจับพยานซึ่งได้รับหมายเรียกโดยชอบแล้วแต่จงใจไม่ไปศาล หมายจับจ าเลย
้
13
ที่ศาลมีค าสั่งประทับฟองแล้วไม่มาศาลตามหมายเรียก หมายจับผู้ต้องหาหรือจ าเลยที่ได้รับอนุญาต
ิ
ให้ปล่อยชั่วคราวโดยศาลแล้วไม่มาตามนัด หมายจับจ าเลยมารับโทษตามค าพพากษา หมายจับจ าเลยที่ผิด
เงื่อนไขการคุมความประพฤติแล้วไม่มาศาลตามหมายเรียก หมายจับลูกหนี้ตามค าพพากษากรณีที่มีที่
ิ
ค าพพากษาหรือค าสั่งของศาลให้ขับไล่ออกไปจากอสังหาริมทรัพย์แต่ลูกหนี้ไม่ออกไปจากทรัพย์นั้น
14
ิ
เมื่อศาลออกหมายจับศาลสามารถมีค าสั่งตั้งเจ้าพนักงานต ารวจศาลเป็นผู้จัดการตามหมายจับ หลังจาก
จับกุมบุคคลตามหมายแล้ว เจ้าพนักงานต ารวจศาลต้องส่งบุคคลนั้นไปยังศาลซึ่งออกหมายโดยด่วน เว้นแต่
15
ื่
ิ
จะมีเป็นค าสั่งเป็นอย่างอนตามประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความอาญา มาตรา 64 แต่ถ้าศาลเห็นสมควร
ศาลอาจให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือต ารวจเป็นผู้จัดการตามหมายจับด้วยก็ได้ โดยให้เจ้าพนักงานต ารวจศาล
ิ
เป็นผู้สนับสนุน เจ้าพนักงานต ารวจศาลสามารถใช้อานาจตามประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความอาญา
ื่
ในฐานะพนักงานฝ่ายปกครองหรือต ารวจเพอให้การจัดการตามหมายจับลุล่วงได้ เช่น ค้นในที่รโหฐาน
16
โดยไม่มีหมายค้น เมื่อที่รโหฐานนั้นผู้จะต้องถูกจับตามหมายจับเป็นเจ้าบ้าน และยื่นค าร้องต่อศาลขอให้
18
17
ออกหมายค้นเพื่อพบบุคคลตามหมายจับ เป็นต้น
12 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 111 บัญญัติวา “เมื่อศาลเห็นว่าคาเบิกความของพยานที่ไม่มาศาลเป็นข้อส าคญ
่
ั
ี่
ิ
ในการวินจฉัยชี้ขาดคดี...(2) ศาลเห็นว่าพยานได้รับหมายเรียกโดยชอบแล้วจงใจไม่ไปยังศาลหรือไม่ไป ณ สถานทตามวันเวลาท ี่
ก าหนดไว้ หรือได้รับคาสั่งศาลให้รอคอยอยู่แล้วจงใจหลบเสีย ศาลจะเลื่อนการนงพิจารณาคดีออกไปและออกหมายจับและเอาตัว
ั่
พยานกักขังไว้จนกว่าพยานจะได้เบิกความตามวันทศาลเห็นสมควรก็ได้ ทงน ไม่เป็นการลบล้างโทษตามทบัญญัติไว้ในประมวล
ั้
ี่
ี้
ี่
กฎหมายอาญา.
13 ประมวลกฎหมายวิธพิจารณาความอาญา มาตรา 169 บัญญัติว่า “เมื่อศาลประทบฟ้องแล้ว แต่ยังไม่ได้ตัวจ าเลยมาให้ศาลออก
ั
ี
หมายเรียกหรือหมายจับมาแล้วแต่ควรอย่างใดเพื่อพิจารณาต่อไป.
14 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 351 บัญญัติว่า “ในกรณีทคาพิพากษาหรือค าสั่งของศาลให้ขับไล่ลูกหนตามค า
ี้
ี่
พิพากษาออกไปจากอสังหาริมทรัพย์ที่ อยู่อาศัย หรือทรัพย์ที่ครอบครอง...(2) ลูกหนี้ตามค าพิพากษาหรือบริวารไม่ออกไปจากทรัพย์
ั
ิ
นน ให้เจ้าพนกงานด าเนนการตามมาตรา 353 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 353 บัญญัติว่า “ในกรณีตาม
ั้
ั
ั
ี้
ี้
มาตรา 351 (2) ให้เจ้าพนกงานบังคบคดีปฏิบัติดังต่อไปน (1) รายงานต่อศาล เพื่อมีคาสั่งจับกุมและกักขังลูกหนตามคาพิพากษา
หรือบริวาร และให้ศาลมีอ านาจสั่งจับกุมและกักขังได้ทันที...”.
15 ประมวลกฎหมายวิธิพจารณาความอาญา มาตรา 64 บัญญัติว่า “ถ้าบุคคลทมีชื่อในหมายอาญาถูกจับหรือบุคคลหรือสิ่งของที่ม ี
ิ
ี่
ึ่
้
ั
หมายให้คนได้คนพบแล้ว ถ้าสามารถจะทาได้ก็ให้ส่งบุคคลหรือสิ่งของนนโดยด่วนไปยังศาลซงออกหมาย หรือเจ้าพนกงานตามท ี่
้
ั้
ก าหนดในหมายแล้วแต่กรณี”.
16 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 92 บัญญัติว่า “ห้ามมิให้คนในทรโหฐานโดยไม่มีหมายคนหรือคาสั่งของศาล
ี่
้
้
ั้
้
ี้
ั
เว้นแต่พนกงานฝ่ายปกครองหรือต ารวจเป็นผู้คนและในกรณีดังต่อไปน...(5) เมื่อทรโหฐานนนผู้จะต้องถูกจับเป็นเจ้าบ้าน และการ
ี่
จับนั้นมีหมายจับหรือจับตามมาตรา 78...”.
17 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 69 บัญญัติว่า “เหตุทจะออกหมายคนได้มีดังต่อไปน...(4) เพื่อพบบุคคลซงมี
ึ่
้
ี้
ี่
ั้
หมายให้จับ...” มาตรา 70 บัญญัติว่า “หมายคนซงออกเพื่อพบและจับบุคคลนนห้ามมิให้ออก เว้นแต่จะมีหมายจับบุคคลนนด้วย
้
ึ่
ั้
้
และเจ้าพนักงานซึ่งจะจัดการตามหมายค้นนั้นต้องมีทั้งหมายคนและหมายจับ”
18 พรภัทร์ ตันติกุลานันท, จิรดา กฤตยานุกูล,/พระราชบัญญัติเจ้าพนักงานต ารวจศาล พ.ศ. 2562,/ ดุลพาห, มกราคม – เมษายน
์
2562,/หน้า 179-206.

