Page 1850 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1850

๑๘๓๖





                                             8

                 ต ารวจศาลก็มีอานาจค้นบุคคลนั้น  รวมทั้งค้นตัวผู้ที่ถูกจับในบริเวณศาลและยึดสิ่งของต่าง ๆ ที่อาจใช้เป็น
                               9
                 พยานหลักฐานได้
                            กรณีที่ 2 รักษาความปลอดภัยและคุ้มครองบุคลากรของศาลและส านักงานศาลยุติธรรม
                 ซึ่งกระท าการตามหน้าที่ หรือเพราะเหตุที่จะกระท าหรือได้กระท าการตามหน้าที่ตามมาตรา 5 (๓)

                            การรักษาความปลอดภัยและคุ้มครองบุคลากรตามมาตรา 5 (๓) เป็นการป้องกันและคุ้มครอง

                                             ้
                                                                                          ุ
                 ดูแลบุคคลที่ได้รับการอารักขาให้พนจากเหตุการณ์ที่เกิดจากการจงใจกระท า หรือจากอบัติเหตุหรือถูกบีบ
                 บังคับโดยวิธีที่ผิดกฎหมาย เช่น การลักพาตัวรวมไปถึงการป้องกันไม่ให้มีการคุกคาม ลบหลู่บุคคลดังกล่าว
                                                                                             ี
                                                       ี
                 โดยไม่จ ากัดเขตพนที่การท าหน้าที่ว่าต้องอยู่เพยงในบริเวณศาล บุคคลภายใต้การอารักขามีเพยง 3 ประเภท
                               ื้
                 ประเภทที่ 1 คือ ข้าราชการฝ่ายตุลาการ ได้แก่ ข้าราชการตุลาการ และดะโต๊ะยุติธรรม และข้าราชการ
                 ศาลยุติธรรม ประเภทที่ 2 คือ พนักงานราชการศาลยุติธรรม ประเภทที่ 3 คือ ลูกจ้างของศาลและส านักงาน

                 ศาลยุติธรรม แต่ต้องเป็นการอารักขาบุคคลเหล่านี้ซึ่งกระท าการตามหน้าที่ หรือเพราะเหตุที่จะกระท า หรือ
                 ได้กระท าการตามหน้าที่เท่านั้น ไม่รวมถึงกรณีเป็นเรื่องส่วนตัว ทั้งนี้ ในการท าหน้าที่อารักขาเจ้าพนักงาน


                                                               ิ
                 ต ารวจศาลสามารถใช้อานาจตามประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความอาญา ในฐานะพนักงานฝ่ายปกครอง
                 หรือต ารวจเพอให้การท าหน้าที่ลุล่วงได้ เช่น มีอานาจค้นบุคคลในที่สาธารณสถานเมื่อมีเหตุอนควรสงสัยว่า

                            ื่
                                                                                             ั
                 มีสิ่งของในความครอบครองเพอจะใช้ในการกระท าความผิด และมีอานาจจับกุมและควบคุมผู้ที่กระท า
                                           ื่

                 ความผิดซึ่งหน้า หากความผิดที่จะกระท าหรือได้กระท านั้นกระทบต่อการรักษาความปลอดภัยและคุ้มครอง
                 บุคคลภายใต้การอารักขา แต่ถ้าเจ้าพนักงานต ารวจศาลพบการกระท าความผิดซึ่งหน้าซึ่งไม่ได้กระทบต่อ
                 การท าหน้าที่อารักขานอกบริเวณศาล และไม่ใช่ความผิดที่อยู่ในบัญชีท้ายประมวลกฎหมายวิธีพจารณา
                                                                                                  ิ
                                          10
                 ความอาญาซึ่งให้ราษฎรจับได้  เจ้าพนักงานต ารวจศาลย่อมไม่มีอานาจจับผู้กระท าความผิดนั้นได้ เพราะ

                 ไม่ใช่การปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้จึงไม่มีฐานะเป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือต ารวจที่จะจับได้

                 เช่น เจ้าพนักงานต ารวจศาลได้รับมอบหมายให้อารักขผู้พพากษาซึ่งได้กระท าการไปนอกบริเวณศาลและ
                                                                 ิ
                 พบผู้ก าลังซื้อขายยาเสพติดอนเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษเจ้าพนักงานต ารวจศาล
                                         ั
                 ก็จะท าการจับกุมผู้นั้นไม่ได้
                            กรณีที่ 3 รักษาความปลอดภัยและคุ้มครองอาคารสถานที่และทรัพย์สินของศาลและ

                 ส านักงานศาลยุติธรรมตามมาตรา 5(3)

                            การรักษาความปลอดภัยและคุ้มครองกรณีนี้ เป็นการพิทักษ์รักษาและคุ้มครองป้องกันอาคาร
                                                                ื่
                 สถานที่และทรัพย์สินของศาลและส านักงานศาลยุติธรรมเพอให้พ้นจากการโจรกรรม จารกรรม ก่อวินาศกรรม

                 8  ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 93 บัญญัติว่า “ห้ามมีให้ท าการค้นบุคคลใดในทสาธารณสถานเว้นแต่
                                                                                         ี่
                 พนักงานฝ่ายปกครองหรือต ารวจเป็นผู้ค้น ในเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลนั้นมีสิ่งของในความครอบครองเพื่อจะใชใน
                                                                                                       ้
                 การกระท าความผิด หรือซึ่งได้มาโดยการกระท าความผิดหรือซึ่งมีไว้เป็นความผิด”
                 9  ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 85 บัญญัติว่า “เจ้าพนักงานผู้จับหรือรับตัวผู้ถูกจับไว้  มีอ านาจค้นตัว
                 ผู้ต้องหาและยึดสิ่งของต่าง ๆ ที่อาจใช้เป็นพยานหลักฐานได้”
                 10  ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 93 “ราษฎรจะจับผู้อื่นไม่ได้เว้นแต่จะเข้าอยู่ในเกณฑ์แห่งมาตรา ๘๒
                 หรือเมื่อผู้นั้นกระท าความผิดซึ่งหน้า และความผิดนั้นได้ระบุไว้ในบัญชีท้ายประมวลกฎหมายนี้ด้วย”
   1845   1846   1847   1848   1849   1850   1851   1852   1853   1854   1855