Page 1849 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1849

๑๘๓๕





                                                                                        ื่
                 ก่อนมีการกระท าความผิด ขณะกระท าความผิดหรือหลังจากมีการกระท าความผิด เพอลดโอกาส ขัดขวาง
                 และยับยั้งการกระท าความผิด


                            เจ้าพนักงานต ารวจศาลสามารถใช้อานาจตามประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความอาญา
                                                                                        ิ
                                                        ื่
                 เช่นเดียวกับพนักงานฝ่ายปกครองหรือต ารวจเพอให้การรักษาความสงบเรียบร้อย รักษาความปลอดภัยและ
                 ป้องกันและปราบปรามการกระท าความผิดในบริเวณศาลลุล่วงได้ เช่น จับบุคคลใดโดยไม่มีหมายจับหรือ

                                                            ิ
                                                                                                4
                 ค าสั่งศาลในบริเวณศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความอาญามาตรา 78 (๑) ถึง (4)  กล่าวคือ
                                                                          ั
                 เมื่อบุคคลนั้นกระท าความผิดซึ่งหน้า เมื่อพบบุคคลนั้นมีพฤติการณ์อนควรสงสัยว่าน่าจะก่อเหตุร้ายให้เกิด
                                                                                      ื่
                 ภยันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อนโดยมีเครื่องมือ อาวุธ หรือวัตถุอย่างอนอนสามารถอาจใช้ใน
                                                                                        ั
                                                    ื่
                                 5
                 การกระท าความผิด  กรณีที่มีเหตุที่จะออกหมายจับบุคคลนั้นโดยมีหลักฐานตามสมควรว่าน่าจะได้กระท า
                                                                                                        6
                 ความผิดอาญาและมีเหตุอนควรเชื่อว่าจะหลบหนี แต่มีความจ าเป็นเร่งด่วนที่ไม่อาจขอให้ศาลออกหมายจับได้
                                      ั
                 หากเจ้าพนักงานต ารวจศาลพบผู้ต้องหาหรือจ าเลยหนีหรือจะหลบหนีในระหว่างได้รับการปล่อยชั่วคราว
                 ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยชั่วคราวโดยศาลหรือไม่กตามหรือหากบุคคลซึ่งท าสัญญาประกันหรือเป็นหลักประกัน
                                                       ็

                 เป็นผู้พบการกระท าดังกล่าวและแจ้งเจ้าพนักงานต ารวจศาล เจ้าพนักงานต ารวจศาลย่อมมีอานาจจับกุม
                                                                                                        7
                                                                      ิ
                 ผู้ต้องหาหรือจ าเลยนั้นได้ในบริเวณศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความอาญามาตรา 117 วรรคหนึ่ง
                          ั
                 เมื่อมีเหตุอนควรสงสัยว่าบุคคลใดซึ่งอยู่ในที่สาธารณะสถานในบริเวณศาลมีสิ่งของในความครอบครอง
                 เพื่อที่จะใช้ในการกระท าความผิด หรือซึ่งได้มาโดยการกระท าความผิดหรือซึ่งมีไว้เป็นความผิด เจ้าพนักงาน














                 4  ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 78 (1) และมาตรา 80 ซึ่งบัญญัติว่า “ที่เรียกว่าความผิดซึ่งหน้านั้น
                 ได้แก่ ความผิดซึ่งเห็นก าลังกระท า หรือพบในอาการใดซึ่งแทบจะไม่มีความสงสัยเลยว่าเขาได้กระท าผิดมาแล้วสด ๆ
                                                       ี
                       อย่างไรก็ดี ความผิดอาญาดังระบุไว้ในบัญชท้ายประมวลกฎหมายนี้ ให้ถือว่าความผิดนั้นเป็นความผิดซึ่งหน้า
                 ในกรณีดังนี้
                       (1) เมื่อบุคคลหนึ่งถูกไล่จับดังผู้กระท าโดยมีเสียงร้องเอะอะ (2) เมื่อพบบุคคลหนึ่งแทบจะทันทีทันใดหลังจาก
                 กระท าผิดในถิ่นแนวใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุนั้นและมีสิ่งของที่ได้มาจากการกระท าผิด หรือมีเครื่องมือ อาวุธหรือวัตถุอย่างอื่น
                 อันสันนิษฐานได้ว่าได้ใช้ในการกระท าผิด หรือมีร่องรอยพิรุธเห็นประจักษ์ที่เสื้อผ้าหรือเนื้อตัวของผู้นั้น”
                 5  ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 78 (2)
                 6  ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 78 (3) ประกอบมาตรา 66 (๒)
                 7  ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 117 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “เมื่อผู้ต้องหาหรือจ าเลยหนีหรือจะหลบหนี
                 ให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือต ารวจที่พบการกระท าดังกล่าวมีอ านาจจับผู้ต้องหาหรือจ าเลยนั้นได้ แต่ในกรณีที่บุคคลซึ่งท า
                 สัญญาประกันหรือเป็นหลักประกันเป็นผู้พบเห็นการกระท าดังกล่าว อาจขอให้พนกงานฝ่ายปกครองหรือต ารวจที่ใกล้ที่สุด
                                                                            ั
                 จับผู้ต้องหาหรือจ าเลยได้ ถ้าไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากเจ้าพนักงานได้ทันท่วงที ก็ให้มีอ านาจจับผู้ต้องหาหรือจ าเลย
                 ได้เองแล้วส่งไปยังพนักงานฝ่ายปกครองหรือต ารวจที่ใกล้ที่สุด และให้เจ้าพนักงานนั้นรีบจัดส่งผู้ต้องหาหรือจ าเลยไปยังเจ้า
                 พนักงานหรือศาล โดยคิดค่าพาหนะจากบุคคลซึ่งท าสัญญาประกันหรือเป็นหลักประกันนั้น”
   1844   1845   1846   1847   1848   1849   1850   1851   1852   1853   1854