Page 189 - Thesis PhD Anger by Chaichana
P. 189

๑๖๘



                                 ๔.๓.๒ การบูรณาการจัดการความโกรธเชิงปริมาณ


                                 ขั้นตอนเป็นการวิจัยระยะที่ ๒ ต่อจากการศึกษาเชิงเอกสาร (Documentary Study)  ใช้
                       รูปแบบการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) โดยการศึกษาเชิงสำรวจ (Survey Study)

                       ด้วยเทคนิคการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน (Confirmatory Factor Analysis: CFA) เพื่อ

                       ยืนยันความถูกต้องของกรอบแนวคิดองค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัย คือ “บูรณาการการจัดการความ
                       โกรธตามหลักจิตวิทยาด้วยหลักธรรมในคัมภีร์พระพุทธศาสนาเถรวาท” ว่ามีความสอดคล้อง

                       เหมาะสมกับข้อมูลเชิงประจักษ์ในสังคมปัจจุบัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระดับใด โดยมีวิธีการวิจัย
                       ดังนี้


                                  ๑. ผลการวิเคราะห์ข้อมูลองค์ประกอบเชิงยืนยัน

                                 สำหรับการตรวจสอบกรอบแนวคิดองค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัยกับข้อมูลเชิงประจักษ์ใน

                       สังคมปัจจุบัน  ผู้วิจัยเก็บข้อมูลกลุ่มตัวอย่างจากแบบสอบถามออนไลน์ “การจัดการความโกรธใน
                       ชีวิตประจำวัน” โดยเก็บรวบรวมข้อมูลผ่านระบบ Google Online Survey ได้ผลการวิเคราะห์ ดังนี้


                                        ู
                                 ๑) ข้อมลคุณลักษณะทั่วไปของผู้ตอบแบบส ารวจ จากการตอบกลับของผู้ตอบแบบ
                       สำรวจออนไลน์ “การประเมินความโกรธด้วยตนเอง (Anger Expression Self-Assessment)”

                       จำนวนทั้งสิ้น ๓๔๐ ตัวอย่าง สามารถนำเสนอข้อมูลคุณลักษณะทั่วไปของผู้ตอบแบบสำรวจ ได้ดังนี้
                       (รายละเอียดตามตารางที่ ๔.๖)


                                - ประวติการเจ็บป่วยทางจิตเวช พบว่า กลุ่มตัวอย่างทุกรายไม่เคยมีประวัติการเจ็บป่วย
                                       ั
                       โรคทางจิตเวช เป็นไปตามเงื่อนไขว่าผู้ตองแบบสำรวจต้องไม่เคยป่วยทางจิตเวช


                                - เพศ พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ ๗๖.๔ เพศชาย ร้อยละ ๒๐.๙
                       พระภิกษุ ร้อยละ ๒.๔ และเพศทางเลือก ร้อยละ ๐.๓


                                - อายุ พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีช่วงอายุ ๒๐-๒๙ ปี ร้อยละ ๑.๕ ช่วงอายุ ๓๐-๓๙ ปี ร้อยละ
                       ๔.๑ ช่วงอายุ ๔๐-๔๙ ปี ร้อยละ ๑๔.๑ ช่วงอายุ ๕๐-๕๙ ปี ร้อยละ ๕๓.๘ และอายุตั้งแต่ ๖๐ ปี ขึ้น

                       ไป ร้อยละ ๒๖.๔ กลุ่มตัวอย่างมีอายุต่ำสุด ๒๐ ปี สูงสุด ๘๐ ปี และมีค่าเฉลี่ยอายุ ๕๕ ปี

                                 - การศึกษา พบว่า กลุ่มตัวอย่าง สำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษา ร้อยละ ๐.๙

                       มัธยมศึกษา ร้อยละ ๒.๑ อนุปริญญา/ปวช./ปวส. ร้อยละ ๑.๒ ปริญญาตรี ร้อยละ ๔๙.๖ ปริญญาโท

                       ร้อยละ ๓๕.๖ และ ปริญญาเอก ร้อยละ ๑๐.๖

                                 - อาชีพ พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีอาชีพเป็นข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ/หน่วยงานของ

                       รัฐ/ข้าราชการบำนาญ ร้อยละ ๖๓.๒ พนักง่านบริษัทเอกชน ร้อยละ ๘.๒ เจ้าของกิจการ ร้อยละ ๘.๕
   184   185   186   187   188   189   190   191   192   193   194