Page 261 - สรุปผลการพัฒนาบุคลากรของกรมพัฒนาที่ดิน ประจำปีงบประมาณ 2566 (เล่มใหญ่)
P. 261

- 18 -




                                    คำกล่าวและโอวาทประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรม
                              หลักสูตร “เทคนิคการเขียนข้อเสนอโครงการวิจัยมุ่งสู่ผลสัมฤทธิ์”

                                          ระหว่างวันที่  ๘ – ๙ มิถุนายน ๒๕66
                                        ณ โรงแรมทีเค พาเลซ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ




            ประธานในพิธีเปิด โดย นายอนุวัชร โพธินาม รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน
            วันพฤหัสที่ 8 มิถุนายน 2566 เวลา 09.00 น.
                        สวัสดีท่านอาจารย์ ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ และพวกเราทุกคน ยินดีที่ได้มาเป็นประธานเปิด
            การฝึกอบรมในวันนี้ ถือเป็นงานแรกในฐานะรองอธิบดี จะเรียกรองว่าอะไรก็ได้ เรียกพี่ เรียก ผอ. หรือเรียกรอง

            เพราะว่ารองก็เรียกตนเองทั้ง 3 แบบ ให้ทุกท่านทำตัวตามสบาย เรามาทำความรู้จักก่อน ทุกคนมาจากเขตทั้งหมดใช่ไหม
            วันนี้ขออนุญาตเป็นกันเอง ขออนุญาตท่านวิทยากรด้วย คือรองเคยทำงานมาแล้วทุกที่ รับราชการทั้งส่วนกลาง
            เป็นผอ.กลุ่ม ผอ.สถานี ผอ.ศูนย์ และผอ.เขต ก่อนที่จะเป็นรองอธิบดี เพราะฉะนั้นรองเห็นปัญหาเกือบทุกหน่วยงาน

            ว่าความจริงแล้วเราต้องการนักวิจัยที่มีคุณภาพ เพื่อตอบโจทย์เกษตรกร ประเด็นคือเมื่อเราเป็นเด็กจึงไม่ทราบว่า
            จะเขียนอะไร ต้องแก้ไขอย่างไรจึงจะตอบโจทย์ ซึ่งในความเป็นจริงเรามีโจทย์อยู่แล้ว แต่เราคาดไม่ถึงเท่านั้น ตอนที่
            ผมอยู่ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริคือโจทย์ใหญ่ เราขยายการทำเกษตรพอเพียง
            อย่างต่อเนื่อง อะไรที่เรียกว่าพอเพียง นั่นคือชีวิตของเกษตรกรต้องดีขึ้น โดยชีวิตเกษตรกรจะดีขึ้นต้องเริ่มจากมีเงิน
            จะมีเงินได้ต้องมีผลผลิตที่ดีและมากพอ ผลผลิตที่ดีและมากพอต่อเมื่อ ดินดี น้ำดี วางแผนการจัดการดี ทุกอย่าง

            ต้องเริ่มจากดิน ปัญหาจึงอยู่ที่นักวิจัย ยกตัวอย่างเช่น หมอจะแบ่งคนไข้ออกเป็น 3 ระดับ ระดับที่ 1. คนไข้บัตรทอง
            คือจ่ายยาตามที่กฎหมายกำหนด อาการป่วยอาจจะไม่ดีขึ้นหรืออาจจะเลี้ยงไข้ เพราะจ่ายยาพาราเซตามอล
            ยาแก้ปวด ยาแก้ไข้ ระดับที่ 2. พนักงานและข้าราชการ มีสวัสดิการ หมออาจจะถามว่ายินดีจ่ายเพิ่มยินดีหรือไม่

                                        ุ
            ถ้ายอมจ่ายเพิ่มก็จะจ่ายยาหรืออปกรณ์ให้ ระดับที่ 3. คนไข้บัตรสุขภาพ มีประกันชีวิต หมอจะไม่สอบถามเพราะ
            บริษัทออกค่าใช้จ่ายให้ จัดยาที่ดีที่สุดให้เพื่อการรักษาที่รวดเร็วที่สุด หมอแบ่งคนไข้ออกเป็น 3 ระดับ
            เมื่อเปรียบเทียบกับพวกเรา พวกเราคือหมอดินแต่ไม่ใช่หมอดินอาสา หมอดินคือมีหน้าที่รักษา และมีหน้าที่ทำให้
            เกษตรกรมีชีวิตที่ดีขึ้น แต่ในตอนนี้พวกเราเปรียบเหมือนเซลล์ขายยาที่รักษาดิน หายหรือไม่หายให้สารเร่ง พด.

            ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยน้ำ ดินจะดีขึ้นหรือไม่ก็ไม่ทราบ พวกเราเป็นหมอดินที่ไม่เคยให้ยาอื่น แล้วปัญหาดินจะหายได้อย่างไร
            เกษตรกรจะมีชีวิตที่ดีขึ้น ผลผลิตจะดีขึ้นได้อย่างไร ดินแต่ละประเภทมีวิธีการรักษาแตกต่างกัน หมอดินไม่ได้ทำงานเพยง
                                                                                                           ี
            คนเดียว ต้องทำงานเป็นทีม ไม่ใช่ไปคนเดียว ทำไมพวกเรายังทำเหมือนเดิม หน้าที่ของพวกเราคือแก้ปัญหาดิน และ
            อีกหน้าที่หนึ่งคือนักวิจัย ศึกษา ค้นคว้า หาทางแก้ปัญหา ต้องหาคนเก่งมาช่วย ต้องบูรณาการ เพราะฉะนั้นโจทย์

            ของพวกเราคือต้องแก้ปัญหาดิน ยกตัวอย่างเช่น จังหวัดอ่างทอง ส่วนใหญ่เกษตรกรปลูกข้าว เป้าหมายของเกษตรกร
            คือเขาปลูกข้าวได้ 1 ตัน แต่ตอนนี้ปลูกได้ 700-800 กิโล โจทย์ของพวกเราคือปลูกข้าวอย่างไรให้ได้ 1 ตัน
            หรือตัวอย่าง จังหวัดชุมพรเกษตรกรปลูกทุเรียนและปาล์ม ปัญหาของเกษตรกรคือทุเรียนเป็นโรคนั่นคือโจทย์ของพวกเรา
            ซึ่งโรคเหล่านี้มาจากโรคทางดิน หน้าที่พวกเราคือทำอย่างไรให้ทุเรียนไม่เป็นโรค และแข็งแรงสมบูรณ์ หัวข้อ

            โครงการวิจัยจึงเกิด ณ ตอนนี้ คือทำอย่างไรให้ทุเรียนไม่เป็นโรค หรือตัวอย่างจังหวัดลำพูน เกษตรกรปลูกข้าวและ
            ลำไยเป็นหลัก ปัญหาคือขาดแคลนน้ำ ทำไมจึงไม่ตั้งเป้าหมายเป็นปลูกข้าว 1 ตันเหมือนจังหวัดอ่างทอง พวกเรา
            เคยได้ยินข้าว 1 ไร่ 1 ตันหรือไม่ เราเป็นหมอดินเราต้องเรียนรู้ตลอดเวลาตอนนี้มีโรคเกิดใหม่มากจะมีวิธีการรักษาอย่างไร
            ญาติผมเป็นหมออายุ 80 ปี วันหนึ่งผมไปเจอท่านที่โรงพยาบาล ผมถามท่านว่ามาทำอะไร ท่านตอบว่าท่านมาสัมมนา

            ท่านอายุ 80 ปี แล้วทำไมท่านยังต้องมาสัมมนา เพราะโลกมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา พวกของเราอายุ
            30 - 40 ปี จึงยังต้องเรียนรู้ นั่นคือโจทย์โครงการวิจัยของพวกเรา ตราบใดที่เกษตรกรยังยากจน งานของพวกเรายังไม่จบ
   256   257   258   259   260   261   262   263   264   265   266