Page 489 - เอกสารฝนหลวง
P. 489

ประมวลและยืนยันผลสัมฤทธิ์ฯ                                                                            เอกสารเฉลิมพระเกียรติฝนหลวง

                       การระเหิดของเกล็ดนํ้าแข็งแห้งที่เปลี่ยนสภาวะจากเกล็ดแข็งเป็นก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์  ปลดปล่อย

                       ความร้อนแฝงออกมาเสริมความร้อนจากกระแสไหลพาความร้อน(Convection) ลอยขึ้นมาจากพื้นดิน

                       ทําให้ updraft ใต้ฐานเมฆทวีความแรงขึ้น   กระบวนการต่างๆ ที่เกิดขึ้นดังกล่าวเป็นการเสริมการโจมตี

                       เพื่อให้เม็ดฝนหรือหยดฝนมีขนาดใหญ่พอจนสามารถร่วงหล่นฝ่าความแรงของ updraft ลงสู่พื้นดิน
                       ในพื้นที่เป้าหมายหวังผลได้อย่างแม่นยํา   และเพิ่มปริมาณฝนให้สูงยิ่งขึ้น  ชักพาหยดนํ้าที่ยังมีขนาดยังเล็ก

                       และความชื้นสัมพัทธ์ที่สูงขึ้น  ลอยขึ้นไปเสริมกระบวนการกลั่นตัวที่ฐานเมฆอย่างต่อเนื่อง  และเจริญเติบโต

                       ขึ้นเป็นหยดฝนที่มีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว   หยดนํ้าที่ขนาดยังเล็กไม่สามารถฝ่าความแรงของ updraft
                       ในเมฆร่วงหล่นลงมาได้  ถูกชักพาให้ลอยขึ้นจากฐานเมฆไปเจริญเติบโตด้วยกลไกหรือกิจกรรมในเมฆ

                       ที่ระดับสูงกว่าฐานเมฆขึ้นไป  จนมีขนาดหยดฝนที่ใหญ่และหนักพอที่จะร่วงหล่นฝ่าความแรงของ updraft

                       ของทั้งในเมฆและใต้ฐานเมฆลงมาสู่พื้นดินของพื้นที่เป้าหมายหวังผลได้   ประกอบกับมวลอากาศ
                       โดยรอบกลุ่มเมฆกลุ่มนี้  เคลื่อนตัวเข้าแทนที่ปริมาตรของกลุ่มอากาศเย็นใต้ฐานเมฆที่หดตัวลง  และ

                       ถูก updraft ใต้ฐานเมฆชักพาให้ลอยขึ้นไปเสริมกระบวนการกลั่นตัวที่ฐานเมฆอย่างต่อเนื่อง  ทําให้

                       หยดนํ้าขนาดเล็กเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วจนฐานเมฆหนาแน่นยิ่งขึ้นเป็นสีเทาเข้มจนเกือบดํา  และ
                       ไม่สามารถอุ้มหยดฝนที่ฐานเมฆดังกล่าวไว้ได้  หยดฝนที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและหนักพอที่จะร่วงหล่น

                       ทะลุฐานเมฆลงมาถึงพื้นดินในพื้นที่เป้าหมายหวังผล ได้อย่างแม่นยํา  เพราะสภาพอากาศใต้ฐานเมฆ
                       ได้รับการดัดแปรจนเป็นใจหรือเอื้อต่อการชักนําให้หยดฝนตกลงถึงพื้นดิน  และเพิ่มปริมาณฝน

                       ให้สูงยิ่งขึ้นตามจุดประสงค์   กลุ่มเมฆฝนที่เจริญจนหนาแน่นและหนักยิ่งขึ้นทําให้ฐานเมฆลดตํ่าลง
                       ประมาณ 1,000 ฟุต  และเคลื่อนตัวช้าลงหรือช้ามากจนเกือบไม่เคลื่อนที่  ทําให้ช่วงเวลาที่ฝนตก

                       เหนือพื้นที่เป้าหมายหวังผลยาวนานยิ่งขึ้น   พื้นดินของเป้าหมายปฏิบัติการหวังผลจึงชุ่มฉํ่าและอิ่มตัว

                       จึงทําให้ inflow ที่ไหลลงสู่อ่างเก็บนํ้าที่อยู่ในพื้นที่เป้าหมายหวังผลด้วยปริมาณนํ้าเก็บกักรวมกันสูงยิ่งขึ้น
                       นอกจากนั้นความร้อนจากแสงอาทิตย์ที่ถูกพื้นดินดูดซับไว้และสะท้อนรังสีความร้อนจนเกิดกระแส

                       ไหลพาความร้อนในแนวตั้ง (convection) ซึ่งชักนําความชื้นลอยขึ้นไปด้วย  และเริ่มต้นกลั่นตัว

                       กันเป็นเมฆเกิดใหม่ที่ระดับLCL (Lifting Condensation Level)   เมฆเกิดใหม่ยังถูกกระแสไหลพาความร้อน
                       ชักพาลอยขึ้นไปเจริญเป็นเมฆก้อนที่มีขนาดใหญ่ขึ้นที่ระดับฐานเมฆ (Cloud Condensation Level – CCL)









                       การปฏิบัติการภารกิจเสริมภารกิจที่ 1  ในขั้นตอนที่ 4

                              เนื่องจากเป็นการปฏิบัติการฝนหลวงกู้ภัยแล้งรุนแรงในขั้นวิกฤติ  เพื่อหยุดยั้งและคลี่คลาย

                       ความรุนแรงลงให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทําได้  นอกจากจะปฏิบัติตามขั้นตอน และกระบวนกรรมวิธีเทคโนโลยี
                                                              430
   484   485   486   487   488   489   490   491   492   493   494