Page 487 - เอกสารฝนหลวง
P. 487
ประมวลและยืนยันผลสัมฤทธิ์ฯ เอกสารเฉลิมพระเกียรติฝนหลวง
ฝนหลวงกลุ่มแกนกลั่นตัว ในกรณีนี้คือผงเกลือแป้ง (เกลือทะเล) หรือสูตร 1 จํานวนประมาณ
1,000 ก.ก. เป็นแนวยาวประมาณ 60 ก.ม. หรือเป็นรูปสนามม้าแคบประมาณ 2 – 3 ก.ม. ยาว
ประมาณ 40 ก.ม. ขวางทิศทางลม ณ วันที่ปฏิบัติการ แนวโปรยแรกห่างจากศูนย์กลางของพื้นที่ลุ่ม
รับนํ้าของอ่างเก็บนํ้าเพื่ออุตสาหกรรมทั้ง 6 อ่างประมาณ 60 – 80 ก.ม. เพื่อเร่งเร้าการก่อให้เกิดเมฆ
ใหม่ในท้องฟ้าโปร่งแต่มีความชื้นสัมพัทธ์ไม่ตํ่ากว่า 60% หรือเสริมเมฆเดิมที่ก่อตัวอยู่ก่อนแล้วให้มี
ปริมาณเมฆเพิ่มมากขึ้น และเคลื่อนตัวไปทางใต้ลม ซึ่งกิจกรรมเริ่มต้นทั้งในท้องฟ้าและเมฆเดิมคือ
กิจกรรมกระบวนการกลั่นตัว ต่อเมื่อเมฆเกิดใหม่และเมฆเดิมดังกล่าวเจริญเติบโตมีขนาดใหญ่และ
ก่อยอดสูงขึ้น จึงจะเริ่มเกิดกลไกหรือกิจกรรมในเมฆ แต่ยังมีกําลังอ่อน ยิ่งเริ่มต้น ก่อกวน เร็วหรือ
เช้าขึ้นก่อนเวลา 09:00 น. เพียงใด เมฆเกิดใหม่และเมฆเดิมดังกล่าว ยิ่งมีโอกาสหรือช่วงเวลา
เจริญเติบโตมากขึ้นเท่านั้น อาจเจริญเติบโตก่อยอดเมฆสูงขึ้นถึง 10,000 ฟุต ก่อนถึงศูนย์กลาง
เป้าหมายหวังผล
ขั้นตอนที่ 2 (เลี้ยงให้อ้วน)
เป็นขั้นตอนในการเร่งเร้าทั้งเมฆเกิดใหม่และเมฆเดิมในขั้นตอนที่ 1 ดังกล่าว
ให้เจริญเติบโตจนมีขนาดใหญ่และก่อยอดสูงยิ่งขึ้น ด้วยกลไกหรือกิจกรรมในเมฆที่ทวีกําลังแรงขึ้น
ทั้ง กระบวนการกลั่นตัว กระบวนการชนและรวมตัวของหยดนํ้าจนเจริญเป็นหยดฝน กระบวนการแตกตัว
ของหยดนํ้าขนาดใหญ่ กระบวนการยกตัวหรือลอยขึ้นของกลุ่มอากาศในเมฆ (updraft) กระบวนการ
จมตัวลง (downdraft) ของมวลอากาศในเมฆ อย่างต่อเนื่องแบบปฏิกิริยาลูกโซ่ โดยการโปรยสารฝนหลวง
สูตรร้อน หรือ สูตร 6 (ผงแคลเซี่ยมคลอไรด์) จํานวนประมาณ 1,000 ก.ก. เข้าไปในเมฆที่ระดับสูงกว่า
ฐานเมฆประมาณ 500 – 1,000 ฟุต เป็นแนวเส้นตรงหรือวงรียาวประมาณ 40 ก.ม. ขนานและห่างจาก
แนวโปรยแรกในขั้นตอนที่ 1 ประมาณ 5 ก.ม. ทางใต้ลม เมื่อสูตร 6 ดูดซับความชื้นจนอิ่มตัวจะปล่อย
ความร้อนอันเกิดจากปฏิกิริยา (heat of reaction) และความร้อนแฝง (latent heat) ที่เกิดจาก
กระบวนการกลั่นตัว อนุภาคของสูตร 6 อิ่มตัวเมื่อหมดปฏิกิริยาแล้ว ยังคงทําหน้าที่เป็นแกนกลั่นตัว
ที่เป็นสารละลายเข้มข้นซึ่งมีความตึงผิว (surface tension) สูง ยังคงมีการกลั่นตัวและปล่อยความร้อนแฝง
ออกมาอย่างต่อเนื่อง ทําให้มวลอากาศในเมฆลอยขึ้น (updraft) รวมทั้งกลไกและกิจกรรมในเมฆ
ดังกล่าวข้างต้นทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น เมฆส่วนใหญ่ในขั้นตอนที่ 2 นี้ เจริญเติบโตจนถึงขั้นใกล้แก่ตัว
หรือแก่ตัวเร็วขึ้น และเคลื่อนตัวไปทางใต้ลมจนใกล้จะถึงหรือเริ่มเคลื่อนเข้าสู่พื้นที่เป้าหมายหวังผล
มีเมฆที่เริ่มแก่ตัว บางก้อนหรือบางกลุ่มเริ่มมีฝนตกอย่างเบาบางแต่ตกไม่ถึงพื้นดิน เนื่องจากขนาดของ
เม็ดฝนยังไม่ใหญ่พอ อุณหภูมิใต้ฐานเมฆสูง updraft ใต้ฐานเมฆรุนแรง รวมทั้งฐานเมฆสูงกว่าปกติ
ทําให้เม็ดฝนที่มีขนาดยังไม่ใหญ่พอระเหยเป็นไอนํ้า หรือลดขนาดเป็นหยดนํ้าเล็กลง ทั้งไอนํ้าและ
เม็ดฝนที่ขนาดเล็กลง จึงถูก updraft ใต้ฐานเมฆชักพาให้ลอยย้อนกลับขึ้นไปกลั่นตัวและเจริญเติบโต
เป็นหยดฝนใหญ่ขึ้นที่ฐานเมฆอีกครั้ง เมฆส่วนใหญ่เจริญเติบโตก่อยอดสูงถึง 10,000 ฟุต หรือกว่า
428

