Page 171 - ดับตัวตนค้นธรรม2566
P. 171

รูปนามกายใจท่ีกาลังนั่งอยู่นี้เป็นส่วนเดียวกันหรือคนละส่วนกัน ท่ีบอกว่า จิตทาหน้าที่รู้ กายนั่งอยู่ พอยกจิตขึ้นสู่ความว่าง จิตว่าง จิตเบา จิตโล่ง จิตโปร่ง จิตสงบ จิตสบาย... แล้วจิตที่โล่ง ที่โปร่ง ที่เบา ที่สบาย กับกาย เขาเป็น ส่วนเดียวกันหรือคนละส่วนกัน ? แล้วก็สังเกตต่อว่า จิตท่ีโล่ง ท่ีโปร่ง ที่เบา ที่สบาย บอกว่าเป็นเราไหม หรือแค่รู้สึกโล่ง ๆ โปร่ง ๆ เบา ๆ สบาย ๆ ?
พอหนั กลบั มาพจิ ารณาตวั ทน่ี ง่ั อยู่ กร็ สู้ กึ วา่ ตวั กน็ งั่ อยนู่ งั่ อยใู่ นทโี่ ลง่ ๆ โปรง่ ๆ เบา ๆ และตวั ทน่ี งั่ อยกู่ เ็ บา ทา ไมตวั ถงึ เบา ? ตรงนเี้ ปน็ เรอื่ งทล่ี ะเอยี ด จริง ๆ แล้วถ้าโยคีสังเกตก็จะเห็นชัดว่า เมื่อยกจิตขึ้นสู่ความว่างแล้วให้จิตท่ี ว่างเบากว้างกว่าตัว พอมาพิจารณาตัวที่น่ังอยู่ ตรงนี้จะทาให้ผู้ปฏิบัติเห็นว่า ตัวก็น่ังอยู่ในที่โล่ง ๆ ว่าง ๆ หรือรู้สึกว่าตัวท่ีนั่งอยู่ก็ต้ังอยู่ในบรรยากาศ ของความโล่งว่าง ตัวจึงรู้สึกเบาไปด้วย แต่ถ้าไม่ได้สังเกตว่าจิตที่ว่างจิตที่โล่ง จิตท่ีเบานี้กว้างกว่าตัวหรือเปล่า รู้แต่โล่ง ๆ เบา ๆ พอหันกลับมาดูตัว ก็จะเห็นไม่ชัดว่าตัวนั่งอยู่ในท่ีโล่ง ๆ เบา ๆ ด้วยหรือเปล่า บางคร้ังให้ ความรู้สึกว่า ขณะท่ีทาจิตให้ว่าง จิตก็รู้สึกโล่งเบา ตัวก็โล่งเบา แต่พอหัน กลับมาดูตัวที่นั่งอยู่ในที่โล่ง ๆ ตัวที่นั่งอยู่กลับรู้สึกหนักข้ึนมา ท่ีรู้สึกหนัก ขึ้นมาก็เพราะว่า ขณะท่ีหันกลับมาดูตัว จิตจะกลับมาท่ีตัว จิตไม่ได้กว้างกว่าตัว จิตแคบลง เลยรู้สึกว่าตัวหนักข้ึนมา อันนี้อย่างหน่ึง แต่การที่ผู้ปฏิบัติ
163
163


































































































   169   170   171   172   173