Page 173 - ดับตัวตนค้นธรรม2566
P. 173

หนัก เบา ว่าง มีความทุกข์ไหม รู้สึกอิสระรู้สึกโล่งไปไหม หรือเหมือนรู้สึก ว่าวางอะไรลงไปหรือเปล่า ? แบบนี้เป็นต้น
เราสังเกตได้ว่า ขณะที่จิตกับกายเป็นอันเดียวกันหรืออยู่ที่เดียวกัน ไม่ได้เห็นถึงความเป็นคนละส่วน ทาไมถึงรู้สึกว่ามีน้าหนักอยู่ แต่พอเห็นว่า จิตกับกายแยกจากกันแล้วรู้สึกโล่งข้ึนมาได้ ? ตอนที่ไม่รู้สึกว่าโล่งเบาเกิดจาก การที่ไม่ใส่ใจถึงความเป็นคนละส่วนระหว่างจิตกับกาย แต่พอมีสติมี ปัญญาพิจารณาเห็นถึงความจริงข้ึนมา ทาให้จิตโล่ง จิตโปร่ง จิตเบาขึ้นมา น่ันหมายความว่าพอมีปัญญาเกิดขึ้นมา จิตก็คลายจากอุปาทาน พอคลาย จากอุปาทาน การท่ีจะยึดที่จะแบกเอารูปน้ีว่าเป็นตัวเราเป็นของเราก็หายไป เมื่ออุปาทานหายไป จิตจึงคลาย จิตจึงเบาข้ึน นี่คือการพิจารณาสภาวธรรม ที่เกิดขึ้น นี่คือการเห็นถึงความเป็นอนัตตาอันเป็นกฎธรรมชาติอย่างหน่ึง อนตั ตาคอื ความไมม่ ตี วั เรา ไมไ่ ดบ้ อกวา่ เปน็ เรา เปน็ เขา เปน็ ใคร วา่ งเปลา่ จาก ความหมายแห่งความเป็นตัวตนในเบื้องต้น แต่ในขณะเดียวกัน พอกาหนดรู้ ในลักษณะอย่างนี้ สติสัมปชัญญะจะดี เห็นชัดเจนว่าจิตกับกายเป็นคนละส่วนกัน ตรงนี้แหละท้ังสติ-สมาธิ-ปัญญา พอมีปัญญาเกิดขึ้นมา จิตก็มีความสงบ มีความเบา มีความโล่ง มีความโปร่งเกิดข้ึน สติมีความต่ืนตัวข้ึนมา นั่นคือเม่ือมีปัญญาเกิดข้ึน ท้ังสติสมาธิก็เกิดขึ้นตามมาด้วยกัน
165
165


































































































   171   172   173   174   175