Page 172 - ดับตัวตนค้นธรรม2566
P. 172
สังเกตว่า จิตที่โล่งเบากว้างกว่าตัว ก็จะทาให้ผู้ปฏิบัติสังเกตไปในตัวว่า รอบ ๆ ตวั รสู้ กึ เบาไปดว้ ย เมอ่ื รอบ ๆ ตวั รสู้ กึ เบา กจ็ ะเปน็ บรรยากาศทรี่ องรบั และจะเห็นได้ว่าบรรยากาศรอบตัวก็เบา ตัวก็นั่งอยู่ในท่ีเบา ๆ พอหันกลับ มาดูตัว ตัวก็เบาด้วย
พอเห็นว่าตัวก็เบาด้วย สังเกตต่อว่า ตัวท่ีน่ังอยู่ในที่ว่าง ๆ เบา ๆ เขาบอกวา่ เปน็ เราไหม ? คา ถามคอื “ใหส้ งั เกต” ไมใ่ ช่ “คดิ วา่ ” เปน็ เราหรอื เปลา่ ถามว่า ตัวที่นั่งอยู่ในที่โล่ง ๆ เบา ๆ บอกว่าเป็นเราไหม ? น่ันคือการพิจารณา ถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ว่าจาได้ ถ้าใช้ความจา เราก็จาได้นั่นแหละ ว่ารูปที่นั่งอยู่เรียกว่าเป็นใคร นั่นคือเป็นสมมติสัจจะ สัญญาตรงนี้ก็จาได้ เป็นเรื่องปกติธรรมดา ต้องจาได้อยู่แล้ว แต่ถ้าถามว่า รูปท่ีน่ังอยู่เขาบอกว่า เป็นเราไหม ? เขาก็น่ิง ๆ อยู่ตรงนั้น ไม่ได้พูดไม่ได้บอกเลยว่าเป็นเรา เป็นเขาเป็นใคร เป็นแค่รูปรูปหนึ่งท่ีต้ังอยู่ในที่โล่ง ๆ ว่าง ๆ อันนี้ต้อง พิจารณาให้ดีให้แยบคาย อย่าสักแต่ว่าเห็นแล้ว ๆ แต่ไม่เข้าใจ ถ้าเห็นแบบนี้ แล้วคิดว่าอย่างไร ? คาถามน้ีจะมีคาตอบที่กว้างมาก ขณะที่เราเห็นว่ารูปนี้ ไม่ได้บอกว่าเป็นเรา จิตที่โล่งเบาไม่ได้บอกว่าเป็นเรา ผลที่เกิดขึ้นโดยตรงก็ คือว่า รู้สึกอย่างไรในขณะท่ีรูปนามอันน้ีไม่ได้บอกว่าเป็นตัวเราของเรา ? “รู้สึกอย่างไร” ก็คือหมายถึงว่าจิตใจเป็นอย่างไร ความรู้สึกเป็นอย่างไร...
164
164