Page 47 - ดับตัวตนค้นธรรม2566
P. 47
เรื่องขอบเขต กว้างเท่าท่ีเรารู้สึกกว้างได้ ที่สาคัญก็คือ ยิ่งกว้างออกไปแล้ว จิตใจรู้สึกอย่างไร ท้องฟ้าไม่มีขอบเขต ก็ให้จิตที่ว่างเบากว้างไม่มีขอบเขต เหมือนกัน เมื่อจิตกว้างไม่มีขอบเขตแล้ว รู้สึกอย่างไร ? มีความโปร่ง ความโล่ง ความเบา ความเท่ากับตอนที่อยู่ข้างหน้า หรือกว้างเบามากกว่าเดิมอีก ? นี่เป็นผลที่เกิดข้ึนตามมาซึ่งเป็นสิ่งสาคัญ ถามว่า จิตที่โล่งขึ้นเบาข้ึนกว่าเดิม ดีไหม สบายไหม ? จิตที่โล่งเบาอิสระไหม ? จิตที่โล่งเบาสงบไหม ? นั่นเป็นสิ่งที่ผู้ปฏิบัติพึงสังเกตพิจารณา นี่เป็นเรื่องสาคัญอีกอย่างหนึ่ง เป็นการดูจิตในจิตไปในตัว
ทีน้ีขณะที่จิตรู้สึกโล่งเบา กว้างไม่มีขอบเขต หันกลับมาสังเกต ดูตัวท่ีน่ังอยู่ ไม่ต้องเข้ามาที่ตัว ตัวที่นั่งอยู่รู้สึกอย่างไร... รู้สึกหนัก หรือเบา หรอื โปรง่ หรอื โลง่ เหมอื นลอยอยใู่ นอวกาศ นนั่ คอื สงั เกตดวู า่ “รสู้ กึ ” อยา่ งไร ไมใ่ ช่ “คดิ วา่ ” เปน็ อยา่ งไร แลว้ สงั เกตตอ่ วา่ จติ หรอื ความรสู้ กึ ทว่ี า่ งเบาบอกวา่ เปน็ เราเปน็ ใครหรอื เปลา่ หรอื แคร่ สู้ กึ วา่ ง ๆ เบา ๆ ไมบ่ อกวา่ เปน็ เราเปน็ ใคร ? เมื่อเห็นจิตที่ว่างเบากับตัวเป็นคนละส่วนกัน รู้สึกว่าจิตท่ีว่างเบาก็ไม่บอกว่า เป็นเรา หันกลับมาดูตัวท่ีน่ังอยู่บอกว่าเป็นเราเป็นเขาเป็นใครไหม หรือ เหมือนกับส่ิงส่ิงหนึ่งที่ต้ังอยู่ในท่ีว่าง ๆ โล่ง ๆ เบา ๆ ? ตรงน้ีเป็นการพิจารณาธรรม เมื่อผู้ปฏิบัติเห็นถึงความเป็นคนละส่วน ที่เรียกว่า “แยกกายแยกจิต”
39
39