Page 45 - ดับตัวตนค้นธรรม2566
P. 45
จิตท่ีโล่งเบาคือจิตของผู้ปฏิบัติเอง ไม่ใช่เป็นแค่เพียงผู้ดู รู้สึกว่าความโล่งเบา อันน้ันว่ามีขอบเขตไหม น่ีคือการพิจารณาสภาวธรรมท่ีเกิดขึ้นอยู่
ทีน้ีลองสังเกตต่อ ถ้าพิจารณาดูแล้วเห็นว่าจิตท่ีเบาอยู่ข้างหน้ากว้างกว่าตัว ย่ิงพิจารณาดูจิตยิ่งโล่งยิ่งเบาขึ้น สังเกตต่ออีกนิดหน่ึง ความรู้สึกที่โล่งเบา ท่ีกว้างกว่าตัวกับตัวที่กาลังน่ังอยู่ เป็นส่วนเดียวกันหรือคนละส่วนกัน ? ท่ีถามว่าจิตที่เบามีขอบเขตไหม น่ันเป็นตัวเปรียบเทียบให้ชัดว่า ถ้าจิต ทว่ี า่ งเบากวา้ งกวา่ ตวั ไมม่ ขี อบเขต แลว้ หนั กลบั มาดตู วั ทน่ี งั่ อยู่ จติ ทเี่ บากบั ตวั เขาเป็นส่วนเดียวกันหรือคนละส่วนกัน ? อันน้ีก็จะเห็นถึงความแตกต่างได้ ชัดเจนเลยว่า ระหว่างจิตที่เบากับตัวที่น่ังอยู่ มีความแตกต่างกันอย่างไร แต่ถ้าผู้ปฏิบัติบอกไม่ได้ว่าจิตโล่งจิตเบาหรือเปล่า หรือจิตอยู่ตรงไหนไม่รู้ ก็จะบอกไม่ได้ว่าจิตกับตัวอันไหนกว้างกว่ากัน แต่ถ้าผู้ปฏิบัติบอกได้ว่า จิตที่โล่งเบากว้างกว่าตัว ก็จะเห็นชัดว่าจิตท่ีโล่งเบากับตัวเป็นส่วนเดียวกัน หรือคนละส่วนกัน เพราะฉะน้ัน ลองสังเกตดู ขณะท่ีจิตโล่งเบา จิตที่โล่งเบา กับตัวเป็นส่วนเดียวกันหรือคนละส่วนกัน ?
อันน้ีอาจารย์พูดช้า ๆ ให้เราได้พิจารณากัน ผู้ท่ีแยกรูปนามได้ รู้ชัด ว่าจิตโล่งจิตเบาเป็นอย่างไรแล้ว อันน้ีก็ยังสามารถพิจารณาได้ เพราะอะไร ? เพราะจดุ ทสี่ า คญั กค็ อื วา่ ความรสู้ กึ ทโี่ ลง่ เบา ความรสู้ กึ ทสี่ งบ ความรสู้ กึ ทผี่ อ่ งใส
37
37