Page 59 - ดับตัวตนค้นธรรม2566
P. 59
การเตมิ พลงั บญุ การเพมิ่ พลงั จติ ... พลงั เกดิ จากกา ลงั ของสต-ิ สมาธนิ นั่ แหละ เม่ือสติ-สมาธิมีกาลังมากข้ึนก็จะบอกได้ว่าจิตใจท่ีมีพลังเป็นอย่างไร เอาไปใช้ ประโยชน์อะไรได้ต่อไป ซ่ึงเป็นข้ันตอนลาดับถัดไป แต่วันนี้อยากทบทวน วิธีการแยกรูปนาม วิธีการทาจิตให้ว่าง เพื่อผู้ปฏิบัติจะทาได้ชัดเจน หรอื ใหค้ ลอ่ งมากขนึ้ ธรรมะภาคปฏบิ ตั ไิ มใ่ ชแ่ คฟ่ งั เอาไวแ้ ลว้ ไปนง่ั คดิ ตคี วาม อย่างเดียว บางทีก็ไม่สามารถคิดเอาได้ เพราะว่าสภาวธรรมเหล่าน้ีจะเกิดข้ึนมาได้ ก็ด้วยการลงมือทา
การลงมือทาคืออะไร ? คือการปฏิบัติด้วยการสังเกตใส่ใจกาหนดรู้ อารมณ์ปัจุบันท่ีเป็นปัจจุบันขณะจริง ๆ เหมือนจิตว่างจิตเบาก็ต้อง “รู้สึก” ขณะนี้จริง ๆ ไม่ใช่คิดว่า ไม่ใช่หมายความว่าหรือตีความว่า แต่จิตไม่ได้ว่าง ไม่ได้เบาจริง ๆ อันนั้นก็เป็นตามความเข้าใจเฉย ๆ แต่ไม่ได้เข้าถึง การปฏิบัติ คือ การเข้าถึงลักษณะของจิตท่ีเป็นแบบน้ันจริง ๆ ถึงจะได้ประโยชน์จริง ว่างก็คือว่าง เบาคือเบา สงบคือสงบ ใสคือใส มั่นคงคือมั่นคง แข็งแกร่งคือแกร่ง สะอาดก็ต้องสะอาดจริง ๆ นั่นคือลักษณะของสภาพจิต ต้องเห็นชัดด้วยตาปัญญา ไม่ใช่การตีความเอาว่าเราไม่โกรธแล้ว เราไม่หงุดหงิดแล้ว แสดงว่า จิตเราสะอาดแล้ว แต่คือการบอกได้ว่าความสะอาดน้ันเป็นอย่างไร ความใสนั้น เป็นอย่างไร นี่คือเรื่องสาคัญของภาคปฏิบัติ เป็นส่ิงที่ผู้ปฏิบัติจะพึงสัมผัสได้
51
51