Page 57 - ดับตัวตนค้นธรรม2566
P. 57
เป็นการรับรู้ด้วยปัญญา คือรับรู้ด้วยความไม่มีตัวตน ไม่มีความรู้สึกว่าเป็นเรา น่ันเอง นี่แหละคือประโยชน์สาคัญ จึงบอกว่าให้นาไปใช้ในชีวิตประจาวัน และถ้าทาจิตให้ว่างให้กว้างกว่าตัวได้ ก็จะกลายเป็นเกราะป้องกันอารมณ์ที่ เข้ามากระทบทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจได้อีกระดับหนึ่ง นี่เป็นเรื่องสาคัญ เพราะฉะน้ัน การที่อาจารย์ทบทวนซ้า ๆ เรื่องการแยกรูปนาม การทาจิตให้ว่าง ย้ายจิตไปแต่ละจุด ๆ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติได้รู้ว่าตนเองสามารถควบคุมกากับจิต ของตนได้ การปฏิบัติธรรม คือ การฝึกจิตให้มีสติ สมาธิ และปัญญาใน การควบคุมและจัดการกับจิตที่กาลังทาหน้าที่รับรู้อยู่ จัดการกับความรู้สึก หรือเวทนาท่ีเกิดจากอารมณ์ที่เข้ามากระทบทางตา หู จมูก ล้ิน กาย ใจของตน ให้ดียิ่งข้ึนไปนั่นเอง เพราะฉะนั้น ไม่ใช่แค่เราทาจิตให้ว่าง ๆ แล้วก็ผ่านไป ทาจิตให้เบาแล้วก็ผ่านไป ทาจิตให้สงบแล้วก็ผ่านไป โดยที่ไม่รู้ประโยชน์ หรือไม่ได้สาระอย่างเต็มท่ีเท่าที่ควรจะเป็น
ทีนี้ ที่พูดถึงตรงนี้เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับธรรมะคาสอนของพระพุทธเจ้า อย่างไร ? อย่างท่ีบอกตั้งแต่แรกแล้วว่า การที่ให้ทาจิตให้ว่าง โดยการน้อมจิต มาข้างหน้าในท่ีว่าง ๆ เป็นวิธีการแยกรูปแยกนาม/แยกกายแยกจิต ทาให้ผู้ปฏิบัติได้เห็นถึงความเป็นจริงว่าทาไมพระพุทธเจ้าถึงตรัสถึงกฎไตรลักษณ์ ทาไมถึงตรัสถึงความเป็นอนัตตา และการได้เห็นถึงความเป็นอนัตตา
49
49