Page 73 - ดับตัวตนค้นธรรม2566
P. 73
คนเราก็จาได้ทั้งหมด เพราะสัญญาต้องทาหน้าที่ของตนอยู่แล้ว แต่ทาไมถึงถามอย่างนี้ ? เพราะเม่ือจิตกับกายแยกจากกัน จิตที่โล่งเบา ทาหน้าที่รับรู้รูปที่นั่งอยู่ พอเห็นว่ารูปท่ีน่ังอยู่ไม่บอกว่าเป็นเรา จิตที่โล่งก็ ไม่บอกว่าเป็นเรา ลองสังเกตดูว่า จิตใจรู้สึกเป็นอย่างไร รู้สึกสบายไหม สติดีไหม... อันนี้เป็นส่ิงที่ผู้ปฏิบัติควรพิจารณา เพราะอะไร ? เพราะจะได้รู้ว่า ส่ิงที่เกิดข้ึนไม่ได้เกิดเพราะว่าเราเผลอ หรือมีอาการเบลอ ไม่ชัดเจน สติสัมปะชัญญะไม่ดี และการที่สังเกตให้ชัดแบบนี้ ก็จะเป็นตัวท่ีตอบว่า สติย่ิงมีกาลัง ย่ิงดูยิ่งชัด รูปนี้ยิ่งว่างเบา ไม่บอกว่าเป็นเรา ไม่บอกว่าเป็นใคร... การเห็นตรงน้ีเป็นการเห็นอะไร ? พอเห็นตรงนี้ เขาเรียกว่า “เห็นถึงความเป็น อนัตตา” เห็นความเป็นอนัตตา คือไม่ใช่สัตว์ บุคคล ตัวตน เรา เขา มีแต่ รูปกับนามที่อาศัยกัน และกาลังเป็นไปตามเหตุปัจจัยอยู่
เพราะฉะน้ัน การท่ีเราปล่อยวาง วางอะไร ? วางอัตตา ละอัตตา วางความรู้สึกว่าเป็นเรา ความรู้สึกว่าเป็นเราหายไป หายไปจากอะไร ? หายไปจากความหลงที่เราเคยยึดว่าตัวก็ของเรา จิตก็ของเรามาตลอดชีวิต พอเห็นความต่างตรงน้ี จิตคลายออกไป ไม่บอกว่าเป็นเรา แต่ในขณะเดียวกัน เม่ือเราเห็นสัจธรรมความจริงอย่างน้ีแล้ว ควรทาอย่างไร ? ควรจะจดจาให้ขึ้นใจ ไว้เตือนตัวเองเสมอ เวลาเจอกับอารมณ์ท่ีเข้ามาทางทวารทั้งหก ไม่ว่าจะเป็น
65
65