Page 133 - แผนป้องกันทุจริตม.1
P. 133

๗. ภาคผนวก



                                                ใบความรู้

                                           เรื่องความเป็นพลเมือง


                       ั
                แต่เดิมน้นสังคมไทยใช้คำ�ว่� ร�ษฎร (subject) ประช�ชน (people) และพลเมือง (citizen)
             ื
                                                  ี
           เพ่ออธิบ�ยถึงคนหรือประช�ชนของประเทศท่ไม่ใช่ผู้ปกครองและมักพูดต่อกัน เช่น ประช�ร�ษฎร
           ประช�ชนพลเมือง ต่อม�เมื่อสังคมเปลี่ยนแปลงไป คว�มหม�ยของคำ�ทั้งส�มก็เปลี่ยนแปลงไป กล่�วคือ
                                                                    ี
                                                        ั
           “ประช�ชน” มีคว�มหม�ยกล�งๆ คือ หม�ยถึง คนท่วไปในสังคมท่ไม่ใช่ผู้ปกครอง เป็นส�มัญชนท  ่ ี
           อยู่ภ�ยใต้รัฐ ร�ษฎรเป็นคำ�ที่เริ่มใช้ในช่วงสมัยรัชก�ลที่ ๕ เนื่องจ�กสังคมไทยสมัยโบร�ณนั้น ประช�ชน
           เป็นไพร่หรือท�สเกือบทั้งหมด พอม�ถึงช่วงรัชก�ลที่ ๕ ได้มีก�รเปลี่ยนแปลงก�รบริห�รร�ชก�รแผ่นดิน

                                             ำ
                                      ิ
                                                                                         ี
                                                                                 ื
             ั
                                                               ั
                                                               ้
           คร้งใหญ่และได้ทำ�ก�รเลิกท�สเลกไพร่ ท�ให้ประช�ชนเหล่�นนกล�ยเป็นร�ษฎรหรอเสรีชนท่ไม่ต้อง
           เป็นข้�รับใช้มูลน�ยและมีสถ�นะท�งกฎหม�ยเท่�เทียมกัน จึงเรียกอดีตไพร่ ท�ส ขุนน�ง รวมทั้งชนชั้น
           ใหม่ๆ ว่� “ร�ษฎร” ในคว�มหม�ยของ “ผู้ที่ต้องเสียภ�ษีให้กับรัฐและต้องปฏิบัติต�มกฎหม�ยของบ้�น
           เมืองเช่นเดียวกันหมด”
                ปัจจุบันคำ�ว่�ร�ษฎร และประช�ชน มีคว�มหม�ยเกือบจะเหมือนกัน แต่ประช�ชนสื่อถึงก�รเป็น
                                                                                        ี
                                                                            ี
           เจ้�ของประเทศและเจ้�ของอำ�น�จอธิปไตยม�กกว่�ร�ษฎร ส่วนร�ษฎรมีนัยของคนท่เสียเปรียบคนท่ด้อยกว่�
           อยู่ด้วย
                “พลเมือง” หม�ยถึงประช�ชน ที่นอกจ�กเสียภ�ษีและปฏิบัติต�มกฎหม�ยบ้�นเมืองแล้ว ยังต้อง
           มีบทบ�ทในท�งก�รเมือง คืออย่�งน้อยมีสิทธิไปเลือกตั้ง แต่ยิ่งไปกว่�นั้น คือมีสิทธิในก�รแสดงคว�มคิด
           เห็นต่�งๆ ต่อท�งก�รหรือรัฐได้ ท้งยังมีสิทธิเข้�ร่วมในกิจกรรมต่�งๆ กับรัฐ และอ�จเป็นฝ่�ยรุกเพ่อเรียกร้อง
                                                                                      ื
                                     ั
                                                 ี
           กฎหม�ย นโยบ�ยและกิจกรรมของรัฐต�มท่เห็นพ้อง พลเมืองน้นจะเป็นคนท่รู้สึกเป็นเจ้�ของใน
                                                                  ั
                                                                              ี
            ิ
           ส่งส�ธ�รณะ มีคว�มกระตือรือร้น อย�กมีส่วนร่วม เอ�ใจใส่ก�รทำ�ง�นของรัฐและเป็นประช�ชนท่ส�ม�รถ
                                                                                        ี
           แก้ไขปัญห�ส่วนรวมได้ในระดับหนึ่ง โดยไม่ต้องรอให้รัฐม�แก้ไขให้เท่�นั้น
                ประชาชน
                ประช�ชน หม�ยถึงคนของประเทศ เช่น ประช�ชนทุกคนมีหน้�ที่ต้องรู้กฎหม�ย ใครจะปฏิเสธว่�

           ไม่รู้ไม่ได้ คำ�ว่� ประช�ชน ในบ�งครั้ง อ�จหม�ยถึงผู้ที่ไม่ใช่ข้�ร�ชก�ร ทห�ร ตำ�รวจ หรือนักบวช และ
           ในบ�งครั้งหม�ยถึงผู้ที่มิได้เป็นพ่อค้�ด้วย

                ประชากร
                ประช�กร หม�ยถึง คนโดยทั่วไป แต่มักใช้ในกรณีที่จะพิจ�รณ�ถึงจำ�นวน คือจำ�นวนคนของประเทศ
                                                                                    ี
           หรือของโลก ในท�งสถิติมีก�รใช้คำ�ว่� ประช�กร หม�ยถึง จำ�นวนของสัตว์หรือส่งท่สำ�รวจท่พิจ�รณ�ด้วย
                                                                           ิ
                                                                             ี





           126    แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต”
   128   129   130   131   132   133   134   135   136   137   138