Page 613 - หนังสือเมืองลับแล(ง)
P. 613

๖.๒.๒ ประชุมพงศาวดารฉบับกาญจนาภิเษก เล่ม ๑๑
                              ในประชุมพงศาวดารฉบับกาญจนาภิเษก เล่ม ๑๑ ในเอกสารผู้ศึกษายังพบข้อมูลที่ระบุว่า
                                                                                                        ุ
               เมืองลับแลเป็นเมืองด่านตามจดหมายเหตุการณ์เดินทัพไปเชียงตุง พ.ศ. ๒๓๙๕ ดังปรากฏในประชม
               พงศาวดารฉบับกาญจนาภิเษก เล่ม ๑๑ พบว่า “อาณาเขตแดนเมืองลับแล แดนเมืองแพร่ต่อกันที่เขาพรึง”

                                                                                                        ั
                                                                                 ี่
               ตามภาพที่ ๗๘ ซึ่งในช่วงรัชกาลที่ ๕ โดยตำบลทาเสา ซึ่งเป็นท่าเรือแม่น้ำน่านทสำคัญอยู่ในเขตแดนเมืองลบ
                                                        ่
               แล ดังนั้น คำว่า “ชากังราว” ที่มีความหมายแปลว่า เมืองด่านที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยตลาดและหนทางซึ่งเป็น
               อาจเป็นชุมทางการค้า จึงอาจจะหมายถึงเมืองลับแลที่มีท่าเรือท่าเสาเป็นชุมทางการค้าสำคัญในอดีตจน
               กลายเป็นชื่อพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ยกเมืองท่าบางโพ เป็น เมืองอุตรดิฐ
               ซึ่งแปลว่า ท่าน้ำทางทิศเหนือ ใน พ.ศ. ๒๔๙๓






























                                    ภาพที่ ๗๘ ประชุมพงศาวดารฉบบกาญจนาภิเษก เล่มท ๑๑
                                                               ั
                                                                                  ี่
                                                           ิ
                                                 ที่มา : กรมศลปากร, ๒๕๓๖

                              ๖.๒.๓ เอกสารจดหมายเหตุรัชกาลที่ ๓ : สารตราพระยามหาอำมาตย์ ลำดับที่ ๑ ถง
                                                                                                        ึ
               พระยาสวรรคโลก จุลศักราช ๑๒๐๗/ พ.ศ. ๒๓๘๘

                              ในเอกสารจดหมายเหตุรัชกาลที่ ๓ : สารตราพระยามหาอำมาตย์ ลำดับที่ ๑ ถึง พระยา
               สวรรคโลก จุลศักราช ๑๒๐๗/ พ.ศ.๒๓๘๘ (ตามภาพที่ ๗๙) ผู้ศึกษาพบว่าในสารตรานี้มีการระบุถึงด่านแม่
               นางลำพูนซึ่งเป็นด่านหนึ่งของเมืองลับแลที่กั้นระหว่างรัฐล้านนากับรัฐสยามอีกด่านหนึ่งดังปรากฏในสารตรา
               ความว่า “นายมหาวันอ้ายเรือนว่าช้างพังตัวนี้ขุนดาราเสือด่านแม่นางพูน” ซึ่งภายหลังมีการพัฒนาขึ้นเป็น

               เมืองด่านนางพูน ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ซึ่งเป็นเมืองในความปกครองของเมืองพิไชย (ตามภาพที่ ๘๐)



                                       การศึกษาเปรียบเทียบสมมุติฐานเมืองซาก (ทราก) ฯ
                                                        หน้า ๑๒๗
   608   609   610   611   612   613   614   615   616   617   618