Page 55 - ชีวิตและงาน-2
P. 55
นี่คือชีวิตช่วงการรับน้อง Freshy ปีหนึ่ง “ของขวัญจากพ่อท่ีสอบเข้าจุฬาได้” คือ ต้องพ่ึงพาตัวเองให้ได้ตามคําาขวัญและของขวัญของพ่อท่ีให้ไว้ แต่โชคดีเม่ือขึ้นปีสอง คุณแม่ขออนุญาตคุณพ่อว่า ในเมื่อมีลูกเรียนจุฬา ฯ ถึงสองคน คือ แอน และอู (พ่ีชายคนกลาง เรียนคณะรัฐศาสตร์) การท่ีจะซื้อรถให้ลูกขับไปมหาวิทยาลัย เป็นเร่ืองท่ีคุ้มค่า เราสองคน พนี่ อ้ งจงึ ไดอ้ นมุ ตั ริ ถยนต์ Civic สขี าวมา 1 คนั (ทะเบยี น 1771) พชี่ ายเปน็ คนขบั แตเ่ อาเขา้ จรงิ ๆ เราสองคนเลิกเรียนไม่พร้อมกัน เพราะอยู่กันคนละคณะ เรามีเล่นกีฬาบ้าง ทําากิจกรรมบ้าง ไปกับเพ่ือนบ้าง จะให้พ่ีชายรอนานๆ คงไม่ไหว เราเองทําาอะไรก็ไม่สะดวก ในท่ีสุดเราก็สมัคร ใจกลับมาน่ังรถเมล์กลับบ้านเหมือนเดิมอยู่ดี กว่าจะได้มีรถขับสบายกับเขาเป็นของเราเอง ก็ตอนอยู่มหาวิทยาลัยปี 3 ปี 4 แล้ว
เวลานึกถึง “พ่อ”... บางที “พ่อ” ก็ดูเป็นคุณดุนะ (ตอนเด็กๆ เราไม่เข้าใจ) แตเ่ อาเขา้ จรงิ ๆ มานง่ั นกึ ตอนนเี้ ราคดิ วา่ “พอ่ ”เปน็ คนชดั เจนและเดด็ ขาด พดู คําาไหนคําานนั้ มากกวา่ และถึงแม้พ่อจะเป็นคนเด็ดขาดแค่ไหนก็ตาม แต่ “พ่อ” เป็นคนที่พูดจาไพเราะ สุภาพเสมอ แอนจะไม่เคยได้ยินพ่อพูดคําาหยาบต่อหน้าลูกๆ เลย ยกเว้นเวลาท่ีพ่อจะเฮฮาอยู่กับเพ่ือนสนิท เทา่ นนั้ หรอื แมแ้ ตพ่ วกเราสมยั กอ่ นชอบฟงั เทปตลกของเดอ๋ ดู๋ดี๋บางทมี นั มคี ําาหยาบโลนตามประสา เราจะโดนพ่อดุ เพราะ “พ่อ” ไม่ชอบเราให้ฟัง
วีรกรรมความเด็ดขาดของ “พ่อ” ยังมีอีกมากมาย เช่น เมื่อย้อนเวลากลับไป เช่น ตอนแอนเรียนจบจากอเมริกามาใหม่ๆ 30 กว่าปีท่ีแล้ว เน่ืองจากเป็นลูกสาวคนเดียว คุณพ่อ-คุณแม่ ท่านคงห่วงในเรื่องอนาคตหน้าท่ีการงานจึงอยากให้แอนเข้าทําางานในองค์กร ที่มั่นคง เช่นรับราชการ หรืออยู่รัฐวิสาหกิจ (สมัยนั้นพ่อยังอยู่ในตําาแหน่ง การหาช่องทางเข้า ทําางาน สมัยน้ันคงไม่ใช่เร่ืองยากนัก) แต่ตอนน้ัน เราเป็นนักเรียนเพ่ิงจบมาจากเมืองนอก ไฟแรง ใจอยากหางานทําาในส่ิงที่ตัวเองอยากลองทําามากกว่า
จําาได้ว่า คืนหน่ึงหลังจากท่ีคุณพ่อคุณแม่ได้พูดคุยและได้ข้อสรุปกันว่า แอนควรจะไป ทําางานที่ไหนจึงจะเหมาะสมแล้ว เมื่อคุณพ่อคุณแม่เข้านอนกันหมดแล้ว ลูกใช้เวลาคิดท้ังคืน นอนไม่หลับ ไม่รู้ว่าจะปฎิเสธคัดค้านความหวังดีของพ่อแม่อย่างไร จําาได้ว่า ในที่สุด ตัดสินใจ เดินไปเคาะประตูห้องคุณพ่อ ตอนตีสาม คุณพ่อเปิดประตูออกมาถามว่า “มีอะไรลูก?” เราพูดตะกุกตะกัก เพราะกลัวพ่อจะโกรธหรือเสียใจ “เอ่อๆ ... พ่อคะ (พร้อมยกมือไหว้) แอน ขอโทษนะคะ ถ้าแอนจะไม่ไปทําางานที่คุณพ่อคุณแม่ดูไว้ให้จะได้ไหมคะ?” พ่อพูดกลับ แค่ 1 ประโยค แต่มันเป็นประโยคท่ีช่างทรงพลัง และมีผลบังคับใช้จนถึงชีวิตลูกวัยใกล้เกษียณ ของแอน ณ ขณะนี้
พ่อพูดว่า “ได้ลูก... งั้นต่อจากนี้ไป แอนต้องยืนด้วยขาของตัวเองนะ” แล้วปิดประตูกลับไปนอนต่อ แค่นั้นท่ีพ่อพูด
55

