Page 1909 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1909

๑๘๙๑




                                                                                            ิ
                        การแต่งตั้งผู้พพากษาประจ าศูนย์ไกล่เกลี่ยประจ าศาลจะพจารณาแต่งตั้งผู้พพากษาที่มีความรู้
                                     ิ
                                                                            ิ
                 ความสามารถ และมประสบการณ์ในด้านไกล่เกลี่ย มีวิสัยทัศน์ รักในการไกล่เกลี่ยโดยแท้ และสามารถถ่ายทอด
                                  ี
                                                                                          ื่
                                                                  ั
                 ความรู้ความสามารถในการไกล่เกลี่ยให้กับผู้อนที่ต้องการพฒนาความสามารถของตนเพอประโยชน์ในปฏิบัติ
                                                       ื่
                 หน้าที่เป็นผู้ไกล่เกลี่ย
                        การปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษาประจ าศูนย์ไกล่เกลี่ยประจ าศาลจะมีลักษณะนั่งประจ าที่ศนย์ไกล่เกลี่ย
                                                                                                 ู
                 ท าให้สามารถรับรู้รับทราบปัญหาในกระบวนการบริหารจัดการ การด าเนินงานของศูนย์ไกล่เกลี่ยประจ าศาล

                 แก้ไขปัญหาได้รวดเร็ว ผู้ประนีประนอมสามารถปรึกษาขอค าแนะน าได้ตลอดเวลาในขณะท าการไกล่เกลี่ย
                 ช่วยเหลือผู้ประนีประนอมในการไกล่เกลี่ย รวมทั้งเมื่อการไกล่เกลี่ยประสบผลส าเร็จคู่ความสามารถตกลงกันได้

                                              ิ
                                                      ิ
                 ท าสัญญาประนีประนอมยอมก็จะพจารณาพพากษาตามยอมให้เสร็จภายในศูนย์ไกล่เกลี่ยประจ าศาลได้อย่าง
                 รวดเร็วและสะดวกต่อคู่ความ


                        บทบาทส าคัญของผู้พิพากษาประจ าศูนย์ไกล่เกลี่ยประจ าศาล
                        ๑. การตรวจส านวนและแต่งตั้งผู้ประนีประนอม ผู้พพากษาประจ าศูนย์ไกล่เกลี่ยประจ าศาลต้อง
                                                                     ิ
                 ค านึงถึงความเหมาะสมของบุคคลนั้น ฉะนั้นจึงต้องตรวจส านวนคดีก่อนมีค าสั่งแต่งตั้งผู้ประนีประนอม เพอให้
                                                                                                        ื่
                                                                                             ี
                                       ิ
                 ได้ทราบถึงเรื่องที่คู่ความพพาทกันเรื่องใด มีข้อเท็จจริงสลับซับซ้อนหรือมีความยากง่ายเพยงใด แล้วมีค าสั่ง
                 แต่งตั้งผู้ประนีประนอมให้เหมาะสมกับความรู้ความสามารถประสบการณ์และความถนัดของผู้ประนีประนอม

                 การตรวจส านวนของผู้พพากษาประจ าศูนย์ไกล่เกลี่ยประจ าศาลจะมีประโยชน์ในการให้ค าปรึกษาผู้ประนีประนอม
                                    ิ
                 ที่เกิดข้อขัดข้องในการไกล่เกลี่ย และการเข้าร่วมไกล่เกลี่ยกับผู้ประนีประนอมอกด้วย
                                                                                 ี

                        ๒. การช่วยเหลือผู้ประนีประนอมในการไกล่เกลี่ย ในการด าเนินการไกล่เกลี่ยของผู้ประนีประนอม
                 มีหลายคดีที่ผู้ประนีประนอมเห็นว่าน่าจะประสบความส าเร็จสามารถตกลงกันได้ แต่ก็ยังไม่สามารถหาข้อยุติได้

                 ผู้ประนีประนอมจะมาแจ้งให้ผู้พพากษาประจาศูนย์ไกล่เกลี่ยเข้าไปช่วยเป็นผู้ไกล่เกลี่ยหาข้อยุติ ซึ่งผู้พพากษา
                                                                                                     ิ
                                            ิ
                 ประจ าศูนย์ไกล่เกลี่ยที่มีประสบการณ์และความสามารถในการไกล่เกลี่ยจะช่วยคู่ความหาทางเลือกให้คู่ความ
                 สามารถตกลงกันได้

                        ๓. ท าความเข้าใจถึงจุดประสงค์ของระบบการไกล่เกลี่ยให้กับทนายความหรือคู่ความ แม้ว่าโดยหลัก

                 แล้วทนายความเป็นบุคลที่มีความส าคัญและมีส่วนช่วยให้คดีมีโอกาสตกลงกันได้เป็นอย่างมาก เพราะตัวคู่ความ

                 ส่วนใหญ่ไม่มีความรู้ทางด้านกฎหมายมากพอ ทนายจึงมีส่วนช่วยในการเจรจาหรือให้ความคิดเห็นด้านกฎหมาย
                 แต่ในทางปฏิบัติแล้วทนายความจ านวนหนึ่งยังไม่เข้าใจถึงระบบการไกล่เกลี่ย อาจมองเห็นผลประโยชน์ของ

                 ตัวความฝ่ายตนเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่กฎหมายมีเจตนารมณ์ให้คู่ความสามารถตกลงประนีประนอมยอมความกัน
                 มากกว่าจะให้ศาลพจารณาพพากษา เพราะฉะนั้นหากทนายความเข้าใจถึงจุดประสงค์ของระบบดังกล่าวก็จะให้
                                 ิ
                                        ิ
   1904   1905   1906   1907   1908   1909   1910   1911   1912   1913   1914