Page 2439 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2439
๒๔๒๔
รุนแรงของความเสียหายที่เกิดขึ้น ผลประโยชน์ที่จ าเลยได้รับ ฐานะทางการเงินของจ าเลย ตลอดจนประวัติการ
กระท าความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ของจ าเลยประกอบด้วย”
“มาตรา ๑๕ ค าพพากษาในส่วนที่เกี่ยวกับค่าสินไหมทดแทนและค่าเสียหายเพอการลงโทษให้รวม
ิ
ื่
ิ
เป็นส่วนหนึ่งแห่งค าพพากษาในคดีอาญา และในกรณีที่ต้องมีการบังคับคดี ให้ถือว่าผู้เสียหายเป็นเจ้าหนี้ตาม
ค าพพากษา ในการนี้ให้กระทรวงการพฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ด าเนินการให้ความช่วยเหลือทาง
ั
ิ
ั
กฎหมายแก่ผู้เสียหายตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกนและปราบปรามการค้ามนุษย์เพอบังคับคดีให้เป็นไปตาม
ื่
ค าพิพากษา
ในการด าเนินกระบวนพจารณาเพอเรียกค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา ๑๓ ตลอดจนการบังคับคดี
ื่
ิ
ตามวรรคหนึ่ง ให้ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมทั้งปวง”
ิ
ผู้เขียนจึงเห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความอาญาในปัจจุบันยังคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายเรื่อง
การมีทนายความและการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายไม่ครอบคลุมทุกกรณี กล่าวคือ ยังไม่ครอบคลุมกรณีที่
ผู้เสียหายไม่ได้ยื่นค าร้องตามมาตรา ๔๔/๑ เช่น ผู้เสียหายใช้สิทธิเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอยการเท่านั้น
ั
้
่
้
หรือฟองคดีอาญาเอง และยังไม่ครอบคลุมถึงกรณีที่ผู้เสียหายฟองคดีแพงเอง เช่น ฟองนายจ้าง บิดามารดา
้
่
ของจ าเลยให้ร่วมรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย์ มาตรา ๔๒๕ และ
้
มาตรา ๔๒๙ หรือฟองผู้รับประกันภัย เป็นต้น ซึ่งหากผู้เสียหายเป็นคนยากจนไม่สามารถจัดหาทนายความได้
เองและจ าเป็นจะต้องได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมาย ผู้เสียหายก็สมควรได้รับการคุ้มครองสิทธิเพอให้
ื่
ึ
สามารถเข้าถงกระบวนการยุติธรรมได้ ดังที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐
ึ
มาตรา ๖๘ วรรคสามว่า รัฐพงให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายที่จ าเป็นและเหมาะสมแก่ผู้ยากไร้หรือ
ผู้ด้อยโอกาสในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม รวมตลอดถึงการจัดหาทนายความให้ ซึ่งสอดคล้องกบแนวทาง
ั
ในการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายตามกติกาสากลระหว่างประเทศด้วย
๕. บทสรุปและข้อเสนอแนะ
ผู้เสียหายหรือเหยื่ออาชญากรรมเป็นผู้ที่ได้รับผลร้ายหรือเสียสิทธิประการใดประการหนึ่งจาก
อาชญากรรม จึงสมควรได้รับการเยียวยาอย่างเหมาะสมและได้รับความคุ้มครองจากรัฐให้สามารถเข้าถึง
กระบวนการยุติธรรมได้ อปสรรคส าคัญในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมคือ ความไม่รู้กฎหมายและไม่มี
ุ
ี
ทุนทรัพย์เพยงพอที่จะจ้างทนายความหรือเข้าถึงความช่วยเหลือทางกฎหมาย รัฐจึงจ าเป็นต้องเข้าไปช่วยเหลือ
ื่
ผู้เสียหายที่ด้อยโอกาสเพอให้มีโอกาสเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ โดยไม่ให้การศึกษาหรือฐานะทาง
เศรษฐกิจมาเป็นอุปสรรค

