Page 2437 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2437

๒๔๒๒


                                          ี
                 ทนายความให้หรือไม่ หากไม่มความจ าเป็นศาลก็ไม่จ าเป็นต้องตั้งทนายความให้ เช่น ในกรณที่มีพยานหลักฐาน
                                                                                             ี
                 เกี่ยวกับค่าสินไหมทดแทนเป็นเอกสารชัดเจนและจ าเลยยอมรับแล้วหรือพยานหลักฐานที่ผู้เสียหายจะน าสืบ
                                                                                                   ๓๘
                 เป็นพยานหลักฐานชุดเดียวกับที่พนักงานอัยการโจทก์น าสืบ ศาลก็ไม่จ าเป็นต้องตั้งทนายความให้ก็ได้
                                                                                           ั
                         ผู้เขียนเคยพบกรณีที่ผู้เสียหายยื่นค าร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอยการตามประมวล
                 กฎหมายวิธีพจารณาความอาญา มาตรา ๓๐ และขอให้ศาลตั้งทนายความให้ โดยไม่ได้ยื่นค าร้องเรียก
                             ิ
                 ค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา ๔๔/๑ ซึ่งในกรณีดังกล่าวประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความอาญายังไม่เปิดช่อง
                                                                                 ิ

                                                                                             ้
                 ให้ศาลมีอานาจตั้งทนายความให้แก่ผู้เสียหาย เช่นเดียวกับในกรณีที่ผู้เสียหายประสงค์จะฟองคดีเองไม่ว่าจะ
                         ่
                 เป็นคดีแพงหรือคดีอาญา ก็ไม่มีกฎหมายให้อานาจศาลตั้งทนายความให้แก่ผู้เสียหายถึงแม้ว่าผู้เสียหายจะเป็น

                 คนยากจนไม่สามารถจัดหาทนายความได้เองก็ตาม เช่น ในกรณีที่จ าเลยให้การรับสารภาพในวันที่พนักงาน
                  ั
                        ้
                                               ิ
                 อยการฟองคดีอาญาและศาลมีค าพพากษาในวันเดียวกัน ซึ่งผู้เสียหายอาจยื่นค าร้องเรียกค่าสินไหมทดแทน
                                                                                               ้
                                                       ่
                                                ้
                 ตามมาตรา ๔๔/๑ ไม่ทัน จึงต้องไปฟองคดีแพงเอง หรืออาจเป็นกรณีที่ผู้เสียหายประสงค์จะฟองนายจ้างหรือ
                                                                                         ่
                 บิดามารดาของจ าเลยให้ร่วมรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย์ มาตรา
                 ๔๒๕ และมาตรา ๔๒๙ หรือฟ้องผู้รับประกันภัยให้รับผิด เป็นต้น
                         ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. ๒๕๕๑ มีบทบัญญัติคุ้มครองสิทธิ

                 ผู้เสียหายดังนี้

                                                    ั
                         “มาตรา ๓๓ ให้กระทรวงการพฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์พจารณาให้ความช่วยเหลือแก่
                                                                                    ิ
                 บุคคลซึ่งเป็นผู้เสียหายจากการกระท าความผิดฐานค้ามนุษย์อย่างเหมาะสมในเรื่องอาหาร ที่พก การ
                                                                                                      ั
                 รักษาพยาบาล การบ าบัดฟื้นฟูทางร่างกายและจิตใจ การให้การศึกษา การฝึกอบรม การให้ความช่วยเหลือทาง
                 กฎหมาย การส่งกลับไปยังประเทศเดิมหรือภูมิล าเนาของผู้นั้น การด าเนินคดีเพื่อเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนให้

                 ผู้เสียหายตามระเบียบที่รัฐมนตรีก าหนด โดยให้ค านึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และความแตกต่างทางเพศ
                 อายุ สัญชาติ เชื้อชาติ ประเพณีวัฒนธรรมของผู้เสียหาย การแจ้งสิทธิของผู้เสียหายที่พงได้รับการคุ้มครองใน
                                                                                         ึ
                 แต่ละขั้นตอนทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการช่วยเหลือ ตลอดจนขอบเขตระยะเวลาในการด าเนินการช่วยเหลือ

                 ในแต่ละขั้นตอน และต้องรับฟังความคิดเห็นของผู้เสียหายก่อนด้วย


                         การให้ความช่วยเหลือตามวรรคหนึ่ง อาจจัดให้บุคคลซึ่งเป็นผู้เสียหายได้รับการดูแลในสถานแรกรับ

                 ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกนและปราบปรามการค้าประเวณี สถานแรกรับตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครอง
                                          ั
                 เด็ก หรือสถานสงเคราะห์อื่นของรัฐหรือเอกชนก็ได้”



                 ๓๘  ส านักวิชาการศาลยุติธรรม ส านักงานศาลยุติธรรม, ข้อพิจารณาประกอบพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมาย
                 วิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับท ๒๔) พ.ศ. ๒๕๔๘ การด าเนินคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา, พิมพ์ครั้งที่ ๑ (กรุงเทพฯ:
                                         ี่
                 ห้างหุ้นส่วนจ ากัดโรงพิมพ์ชวนพิมพ์, ๒๕๔๙), น. ๒๕-๒๖.
   2432   2433   2434   2435   2436   2437   2438   2439   2440   2441   2442