Page 12 - JMSD Vol.1 No.3 -2016
P. 12

Vol.1 No.3 September - December 2016
                Journal of MCU Social Development

                 ที่จะต้องถูกพัฒนาและเป็นผู้ได้ประโยชน์จากการพัฒนาด้วย (สัญญา สัญญาวิวัฒน์,2546) จะเห็น
                 ได้ว่าความหมายของNIDAอันหลังนี้เริ่มตระหนักถึง “คน” หรือประชาชนด้วย แต่เป็นประชาชน
                 ในฐานะผู้รับผลจากากรกระทำา (Client) มากกว่าตระหนักถึงคนในฐานะผู้ร่วมปฏิบัติการพัฒนา
                 อันที่จริงสามารถกล่าวได้ว่าการพัฒนาสังคมนั้นเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายสาธารณะที่มุ่งเน้นการ
                 พัฒนาประเทศในช่วง 50 กว่าปีที่ผ่านมา แต่ในปัจจุบันนี้จะเห็นได้ว่า ประเทศไทยนั้นมี “นโยบาย
                 ของรัฐบาล” มากกว่านโยบายสาธารณะ การที่กระบวนการพัฒนาใดๆก็ตามจะสำาเร็จลุล่วงได้
                 หรือไม่นั้นการยินยอมพร้อมใจที่จะปฏิบัติตามของประชาชนนั้นคือสิ่งสำาคัญมาก หากต้องการให้
                 ประชาชนยอมรับการพัฒนาใดๆก็ตาม กลยุทธ์ที่ง่ายและลื่นไหลที่สุดย่อมเป็นการให้ประชาชน
                 เข้ามามีส่วนร่วมในการดำาเนินกระบวนการพัฒนานั้นๆ ต้องให้ชุมชน ครอบครัว วัด และสมาคม
                 บำาเพ็ญประโยชน์ทั้งหลายเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการจัดการด้วย
                        กล่าวคือนอกจากเรื่องทางเศรษฐกิจและการยกระดับรายได้ของประชาชนแล้วนั้น การ
                 พัฒนาสังคมยังเป็นแนวทางการสร้างความเข้มแข็งมั่นคงให้กับชุมชน  การเสริมสร้างคุณภาพ
                 ชีวิตในแง่ขององค์รวม ตลอดจนเรื่องของสังคมจิตวิทยา วิถีชีวิตไทยและวัฒนธรรมอีกด้วย อาจ
                 กล่าวโดยรวมได้ว่า การพัฒนาสังคม (Social Development) หมายความรวมถึงกระบวนการ
                 เปลี่ยนแปลงที่ดีทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง และวัฒนธรรมเพื่อประชาชน
                 จะได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นทั้งทางด้านที่อยู่อาศัย อาหาร เครื่องนุ่มห่ม สุขภาพอนามัย การ
                 ศึกษา การมีงานทำา มีรายได้เพียงพอในการครองชีพ ประชาชนได้รับความเสมอภาค ความ
                 ยุติธรรม มีคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งนี้ประชาชนต้องมีส่วนร่วมในกระบวนการเปลี่ยนแปลงอย่างมีระบบ
                 และเพราะการพัฒนาสังคมมีขอบเขตกว้างขวาง สลับซับซ้อน การแก้ไขปัญหาสังคมจึงต้องทำา
                 อย่างร่วมมือกันจากบุคคลหลายๆฝ่ายและโดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนในสังคมนั้นๆจะต้องรับ
                 รู้ พร้อมที่จะให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเข้ามามีส่วนร่วมด้วยเสมอ ผนวกการพัฒนาสังคมและการส่ง
                 เสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนเข้ามาไว้ด้วยกัน โดยถือหลักประชาชนเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใน
                 ชุมชนนั่นเอง ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจด้วยตนเอง (People Participation)  ซึ่งหาก
                 จะเรียกการมีส่วนร่วมของประชาชนในลักษณะนี้ ตามแนวหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จ
                 พระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุยเดช (รัชกาลที่ 9) ทรงเรียกกระบวนการนี้ว่า “ระเบิดจากข้างใน” คือ
                 ประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียนั้นเองเป็นผู้กำาหนดวิถีทางของตนเอง เพื่อเลือกแนวทางการพัฒนา
                 และพร้อมที่จะรับกระแสของการพัฒนาจากข้างนอกที่จะมีเข้ามาในอนาคต ซึ่งในหลวงรัชกาล
                 ที่9นั้นใช้หลักของประชาพิจารณ์ (Public Hearing) ให้ความสำาคัญกับการมีส่วนร่วมของชาว
                 บ้านและประชาชนมาเป็นหลักในการทำางานมาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว และได้พระราชทานแนว
                 การทำางานนี้แก่หน่วยงานราชการอื่นๆที่เกี่ยวข้องด้วย ซึ่งการกำาหนดทิศทางการพัฒนาเพื่อสร้าง
                 ความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติควรจะให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศไม่ทาง
                 ใดก็ทางหนึ่งและเห็นว่าการกระจายอำานาจให้แก่ชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นทาง
                 เลือกในการสร้างประเทศให้พัฒนาไปในแนวทางที่ประชาชนในฐานะพลเมืองของประเทศเป็นผู้
                 กำาหนดชะตากรรมและมีความรับผิดชอบต่อประเทศร่วมกันเป็นสำาคัญ
                        ดังนั้นการพัฒนาสังคมหรือเปลี่ยนแปลงประเทศย่อมขึ้นอยู่กับการมีส่วนร่วมของ


                  4
   7   8   9   10   11   12   13   14   15   16   17