Page 282 - ธรรมะบรรยาย2564
P. 282

เป็นไปได้ทั้งนั้น เขาจึงไม่ชะล่าใจ จึงได้มาสวดมนต์กับพวกเราและได้อนุโมทนาบุญด้วย ฉะนั้น เรา

               สวดมนต์นี่ก็เผื่อแผ่ให้พวกกายทิพย์และอมนุษย์ทั้งหลายทั้งปวง และก็ให้อธิษฐานจิตให้ญาติพี่น้อง

                                        ้
               ของเราด้วย มันเป็นการสรางเมตตาบารมี
                     พระอาจารย์ก็จะพูดถึงเรื่องอีกเรื่องก็คือเรื่อง เดินธุดงค์นี่แหละ คำว่าธุดงค์นี่ ไม่ใช่เดินอย่าง

               เดียว ก็บอกแล้วว่า “ธุดงค์” แปลว่า เครื่องมือหรืออุปกรณ์กำจัดจุดดำ เจ้าประคุณ สมเด็จพระ

                                  ่
               ญาณวชิโรดม ท่านวาอย่างนั้น จุดดำก็หมายถึงกิเลสต่าง ๆ นั่นเอง ไอ้กิเลสต่าง ๆ มันก็มีทุกคน แล้ว
               มันเกิดมาจากไหนล่ะ  มันเกิดมาตั้งแต่เซลเดียวนั่นแหละ  ตั้งแต่เป็นสัตว์เซลเดียวก็พัฒนาขึ้นมา

               เรื่อย  ๆ  ก็มีหู  มีตา มีอายตนะทั้งหกเกิดขึ้น ตาเห็นรูปก็คิดปรุงแต่ง คนนั้นหล่อ คนนั้นสวย  ซื้อ

               เสื้อผ้าอาภรณ์นั้นดี มันคิดอยากได้ ทำงานหามรุ่ง หามวัน หามเช้า หามเย็นก็ว่าไป มันก็เป็นเหตุให้

               อยากได้ เกิดความโลภขึ้น ทำงานไม่หยุด ที่นี้พอได้เสื้อผ้าอาภรณ์มาแล้ว สวมใส่สวยหรู ใส่สักพัก

               ไม่ซักดูสิ  เสื้อผ้าก็เหม็นนะ  เหม็นบูด  เหม็นเน่า  ทำไมต้องซัก  แสดงว่าร่างกายของเรามันสกปรก

                                       ่
               เสอผ้าอาภรณ์สวย ๆ ที่ใสนี่ ใส่สัก ๒-๓ วันดูสิเหงื่อจักกะแร้ออกมา โอ้โฮ เหงื่อไคลออกมา มันก็ทำ
                 ื้
               ให้เสื้อผ้าของเราที่สะอาดหมดจด จะเป็นเสื้อผ้าที่หมักหมมด้วยเหงื่อไคลของเรา ก็สกปรกไปได้ มัน

               เป็นอย่างนั้น

                                     ่
                                                                                      ้
                     เพราะฉะนั้น คำวาธุดงค์ พระพุทธเจ้าก่อนที่จะมาตรัสรู้นั้น ท่านเป็นเจาชาย เมื่อเป็นเจ้าชาย
               เครื่องทรงของพระองค์นี่ ก็เป็นพระราชา พระราชาพระเจ้าสุทโธทนะก็ต้องให้พระโอรสทรงเครื่อง

                              ้
               อย่างกษัตริย์ เจาชายก็ต้องมีเสื้อผ้าอาภรณ์ที่หรูหรา พวกสนม พวกข้าทาสบริวารก็ต้องเอาอกเอา
               ใจ  ต้องใช้เสื้อผ้าที่หรูหรามาก  ๆ  ต้องประดับต่างหูบ้าง  ต่างหูบ้างที่คอ  ที่แขน  ที่เท้า  เพยบเลย
                                                                                                   ี
               เครื่องประดับประดาเต็มไปหมดเลย เดินไปกรุ๊งกริ๊ง ๆ  เหมือนกับเสียงอะไรก็ไม่รู้ บางคนก็หูยาน

                                                                                               ั
               เลย  เครื่องประดับที่มันเยอะ  เพราะฉะนั้น  เมื่อพระองค์สละออกไปแล้ว  จึงมาใช้ผ้าบงสุกุล  ผ้าที่
               ปอน ๆ ที่ง่าย ๆ มันก็มีชีวิตอยู่ได้ นี่คือตัดความกังวลออกไปเรื่องเสื้อผ้าที่มันหรูหรา ฟุ่มเฟือย คน

               หนึ่งจะหาเสื้อผ้ามาสวมในราคา ๔๐๐, ๕๐๐ มันต้องทำงานอย่างมาก เหมือนที่เขาโฆษณา ทรง

               มอส ทรงเดฟ ทรงแฟชั่นนั้นแฟชั่นนี้ และโฆษณาอยากได้ และก็เอาคนสวย ๆ คนหล่อมาใส่เท่ห์

               น่าดูเลย แล้วกิเลสมันเกิด บางคนถึงมีเสื้อผ้าเต็มตู้ ก็ใส่ ๒-๓ ครั้งเท่านั้นแหละ แฟชั่นนั้นออกอีก

               แล้ว ดาราคนนั้นมาแสดงให้ชม โอ้เท่ห์ แหม มันเกิดกิเลส มันเป็นอย่างงั้น

                     เพราะฉะนั้น  เจ้าชายสิทธัตถะเมื่อออกผนวชแล้ว ก็รู้ว่าอันนั้นมันสนองกิเลสตัณหาไม่สิ้นสุด

               หรอก  ท่านก็บอกว่า  ใสเสื้อผ้าที่มันง่าย  ๆ  ไม่หรูหรา  ฟุ่มเฟือย  ตั้งคำถามจุดประสงค์ของการใส่
                                      ่
               เสื้อผ้ามันคืออะไร เพื่อปกปิดไม่ให้เกิดอุจาดบาดตา หรือว่าไม่ให้แมลงวัน หรือว่าพวกยุงต่าง ๆ มา



                                                          ๒๘๒
   277   278   279   280   281   282   283   284   285   286   287