Page 102 - ดับตัวตนค้นธรรม2566
P. 102

เม่ือดับทุกข์ทางใจได้แล้ว เวทนาทางจิตดับไป ปัญหาทางใจดับไป แต่ปัญหาหรือเรื่องราวภายนอกยังมีอยู่ แต่จิตไม่ทุกข์แล้ว ตรงน้ีเป็นส่ิงท่ี ผู้ปฏิบัติพึงพิจารณาว่าขณะที่ความทุกข์หายไปก็ยังคิดถึงเร่ืองราวต่าง ๆ ได้ เห็นไหมว่า ความทุกข์กับปัญหาหรือเร่ืองราวเขาเป็นคนละส่วนกัน ? อันนี้ เป็นส่ิงสาคัญอย่างย่ิง เพราะคนเรามักจะเข้าใจว่าปัญหากับความทุกข์น้ัน เป็นส่วนเดียวกันอยู่เสมอ พอมีปัญหาขึ้นมาก็ทุกข์ บางครั้งมีปัญหาข้ึนมายัง ไม่ทุกข์เลย จิตรู้สึกเฉย ๆ แต่เรียกว่าเป็นทุกข์แล้ว นั่นคือความเคยชินอย่างหนึ่ง เพราะฉะน้ัน การพิจารณาสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันขณะจริง ๆ จะทาให้ผู้ปฏิบัติเห็นชัด ทีนี้เมื่อเคยดับความทุกข์ได้แล้ว เพ่ือความมั่นใจ ในการฝึกวิธีการดับทุกข์ ให้คิดถึงเรื่องนั้นใหม่ พอคิดถึงเรื่องน้ันแล้วมีเวทนา ข้ึนมา จิตแคบลง ก็ขยายจิตให้กว้างใหม่ คิดใหม่ ทาใหม่ ทาซ้า ๆ จนรู้สึกว่า คิดยังไงก็ไม่ทุกข์แล้ว คิดแล้วจิตก็ไม่แคบลงแล้ว น่ันหมายถึงว่าทาจนเกิด ความรู้สึกม่ันใจในตัวเองว่าเราดับทุกข์ได้ และเห็นชัดว่าความคิดท่ีเกิดข้ึน กับจิตที่ทาหน้าที่รู้ก็เป็นคนละส่วนกัน จริง ๆ แล้วนี่เป็นสิ่งท่ีผู้ปฏิบัติจะต้อง สังเกต จะได้เห็นว่าเมื่อดับความทุกข์ได้แล้ว จิตโล่งจิตเบาแล้ว ก็ยังคิดได้อยู่ แต่ไม่ได้ทุกข์เหมือนเดิม
94
94


































































































   100   101   102   103   104