Page 104 - ดับตัวตนค้นธรรม2566
P. 104
หมายความว่าให้ผู้ปฏิบัติลืมเรื่องท่ีคิดไป เม่ือดับทุกข์ได้แล้ว พอคิดขึ้นมาใหม่ เห็นว่าความคิดเกิดอยู่ในที่ว่าง ๆ โล่ง ๆ ต่อไปก็พิจารณาว่าจิตที่โล่ง จิตที่เบากับเรื่องที่คิดเป็นส่วนเดียวกันหรือคนละส่วนกัน นี่เป็นการพิจารณาธรรม ย่ิงพิจารณาบ่อย ๆ ก็ยิ่งชัดเจน ยิ่งชัดเจนและมั่นใจมากเท่าไหร่ ความทุกข์กับอารมณ์ท่ีเกิดข้ึนย่ิงน้อยลงไป เศษของความทุกข์จะไม่ค้าง ความทุกข์ดับไปเหลือแต่จิตที่สงบท่ีโล่งที่เบาอย่างเดียว นั่นคือการดับทุกข์ ด้วยปัญญา เห็นชัดว่าการทาจิตให้กว้างทาให้ความทุกข์ดับได้อย่างไร น่ี เป็นอีกจุดหน่ึงท่ีผู้ปฏิบัติพึงสังเกต เพราะจะเป็นการตอบความสงสัยของ ตนเอง ขณะที่จิตโล่ง โปร่ง เบา กว้าง แล้วไม่ทุกข์กับความคิดที่เกิดข้ึน สติสัมปชัญญะรู้ชัดไหมว่าจิตโล่ง โปร่ง เบา และเป็นคนละส่วนกับเร่ืองท่ีคิด เลย ? อันน้ีควรพิจารณาให้ชัดจะได้เห็นชัดและตอบตัวเองได้ การที่ ตอบตัวเองได้ ตัวน้ีคือความศรัทธาความเชื่อม่ันในส่ิงที่เกิดขึ้นจากการ ปฏิบัติธรรมของตนเอง ว่าดับทุกข์แล้วดีอย่างไร ที่บอกว่ารู้ชัดในรู้ รู้ชัดใน อารมณ์ที่กาลังปรากฏ รู้ชัดว่าทาแล้วผลที่เกิดข้ึนมาเป็นอย่างไร ไม่ใช่แค่ มองผ่าน ๆ ไป ตรงน้ีเขาเรียกว่า “รู้เหตุรู้ผล” หรือ “รู้เหตุปัจจัยที่เกิดข้ึน”
พอดับทุกข์ได้แล้ว ต่อไปทาอย่างไร ? ถ้าอยู่ในอิริยาบถที่เรากาลัง เจริญกรรมฐานหรือนั่งสมาธิปฏิบัติธรรมอยู่ เม่ือความคิดน้ันไม่รบกวน
96
96