Page 105 - ดับตัวตนค้นธรรม2566
P. 105
ความทุกข์ดับไปแล้ว ไม่สาคัญแล้ว ก็มาพิจารณาอารมณ์ปัจจุบันต่อไป เม่ือ จิตโล่ง จิตโปร่ง จิตเบา จิตว่างขึ้นแล้ว มารู้อะไร ? รู้อาการบริเวณตัวก่อน เพราะอาการที่รูปหรือบริเวณตัวจะเป็นอารมณ์ที่บางทีปรากฏขึ้นได้ง่าย ให้เราสารวจดูที่ตัวก่อน ดูว่าลมหายใจมีไหม มีอาการเต้นของหัวใจไหม มี อาการกระเพื่อมไหวไหม มีอาการเคร่งตึงไหม มีเวทนาไหม มีความหนัก ความเบาเกิดข้ึนตามบริเวณร่างกายหรือเปล่า ? ที่ถามมาทั้งหมดคือลักษณะ ของสภาวธรรม เป็นอาการทางกายท่ีเกิดขึ้น เมื่อมีอาการอย่างใดอย่างหน่ึง ปรากฏข้ึนมาแล้วก็ตามรู้อาการน้ันไป อย่างเช่น พอมาดูแล้วรู้สึกลมหายใจเบา ๆ มีแต่อาการหายใจเข้า แล้วก็มีอาการกระเพ่ือม ๆ พลิ้ว...หาย พลิ้ว...หาย นั่นคือสภาวธรรมที่เกิดขึ้น เป็นสภาวธรรมที่สาคัญ เป็นอารมณ์ปัจจุบันที่ ผู้ปฏิบัติพึงพิจารณากาหนดรู้ต่อไป กาหนดรู้ว่าอาการของลมหายใจที่พล้ิวหายนั้น พอมีสติตามรู้ไปสักพัก เขาเปลี่ยนไปอย่างไร หายไปไหม หรือแรงขึ้นกว่าเดิม แบบน้ีเป็นต้น
ถ้าโยคีรู้สึกว่าความคิดน้ีดับไปแล้ว จิตโล่งแล้ว แต่ความคิดเรื่องอ่ืน ยังมีอยู่ อันน้ีให้ซ้อมทาไปเลย ถามว่า เราจาเป็นต้องให้ความคิดเร่ืองใหม่ เข้าถึงตัวแล้วค่อยขยายใหม่หรือเปล่า ? เราขยายจิตดับความทุกข์ได้ และ ป้องกันความทุกข์ได้ ให้จิตที่เบาว่างกว้างกว่าเรื่องที่คิด ความคิดนั้นเบา
97
97