Page 12 - ดับตัวตนค้นธรรม2566
P. 12
4
แต่พอจะทาให้จิตว่างกลายเป็นว่าทายาก เพราะบางทีผู้ปฏิบัติไม่ได้สนใจ เร่ืองของจิตใจอย่างแท้จริง สนใจบรรยากาศข้างนอกเสียเป็นส่วนใหญ่ พอเจอบรรยากาศดี ๆ สถานท่ีโล่ง ๆ ก็รู้สึกสบายใจข้ึนมา ท้ัง ๆ ที่ รู้สึกสบายใจแต่ไม่เห็นชัดว่าจิตใจเป็นอย่างไร กลับรู้สึกว่าสบายได้เพราะ สถานที่ข้างนอก แต่ไม่ชัดเจนว่าจิตท่ีสบายเป็นแบบน้ีเอง จิตท่ีโล่งที่เบา เป็นแบบน้ีเอง ถ้าจาได้แบบน้ันก็จะทาให้ทาจิตให้ว่างไม่ยาก เพราะผู้ปฏิบัติ แยกชัดว่าระหว่างใจท่ีเป็นทุกข์กับใจท่ีสบายน้ันมีความแตกต่างกันอย่างไร เพราะฉะนั้น วันน้ีก็เลยอยากจะให้ลองทบทวนปฏิบัติดู
วิธีทาใจให้ว่าง ตามหลักของวิปัสสนาแล้วก็คือการแยกรูปนามหรือ การแยกกายแยกจิตน่ันเอง การจะทาให้จิตว่างได้ก็ต้องด้วยการแยกกาย แยกจิต ทีนี้วิธีทา ทาอย่างไร ? หลับตาลงสบาย ๆ ไม่ต้องเกร็ง ไม่ต้อง บังคับให้สงบ หลับตาลง ทาใจให้ผ่อนคลาย แล้วก็น้อมใจหรือส่งจิตไป ข้างหน้าในท่ีว่าง ๆ ห่างจากตัวสักช่วงแขนหน่ึง แล้วสังเกตดูว่าจิตหรือใจ ที่อยู่ข้างหน้าในที่ว่าง ๆ รู้สึกอย่างไร คาว่า “รู้สึกอย่างไร” คือสังเกตจิต จิตท่ีอยู่หน้าตัวในท่ีว่าง ๆ รู้สึกอย่างไร... รู้สึกหนัก รู้สึกเบา รู้สึกโล่ง รู้สึกโปร่ง รู้สึกว่าง รู้สึกอึดอัด รู้สึกแบบไหน ? ให้สังเกตตามน้ี ไม่ต้อง ไปหาความหมาย ไม่ต้องไปตีความ อย่างท่ีบอกเม่ือกี้ว่า เวลาไม่สบายใจ
4