Page 121 - ดับตัวตนค้นธรรม2566
P. 121
ลมหายใจอยู่ เขาเรียกว่ามีลมหายใจเป็นอารมณ์ปัจจุบัน ใครท่ีกาลังตามรู้ อาการพองอาการยุบอยู่ อาการพองยุบก็เป็นอารมณ์ปัจจุบันสาหรับบุคคลนั้น เพราะฉะนั้น ให้รู้ถึงสภาวธรรมของตัวเอง ถ้าอยากให้จิตสงบ มีสมาธิมากขึ้น มีสติมากขึ้น ก็อาศัยการกาหนดรู้อาการลมหายใจเข้า-ออก อาการพองยุบ นี่แหละ
แต่ถ้าใครรู้สึกว่าพอมาดูที่ตัวแล้ว ไม่เห็นอาการของลมหายใจเลย อาการพองยุบก็ไม่มี แต่รู้สึกถึงอาการเต้นของหัวใจเป็นจังหวะ ๆ อยู่บริเวณ หทยวัตถุหรือบริเวณรูป/บริเวณกาย ถ้าเป็นแบบนั้นก็ให้มีสติตามกาหนดรู้ อาการเต้นของหัวใจว่าเขาเปลี่ยนไปอย่างไร พอมีสติตามรู้แล้ว อาการเต้น ของหัวใจนั้นเบาลง ๆ จางไป หายไป หรืออาการเต้นของหัวใจแรงขึ้น ๆ แต่ ไม่ว่าจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรก็ให้รู้ตามนั้น น่ีคือการรู้อาการพระไตรลักษณ์ การรู้แบบน้ีก็เหมือนกับการรู้ลมหายใจนั่นแหละ จัดเป็นอาการทางกายที่ เกิดขึ้น อาการเต้นของหัวใจจริง ๆ แล้วเขาเรียกว่าเป็นอาการเกิดดับของรูป บางขณะเขาก็ไปเกิดที่แขน บางขณะก็ไปเกิดท่ีขา บางทีก็มีอาการตึ้บ ๆ ๆ ท่ี ศีรษะ ที่เราเรียกว่าเป็นอาการของชีพจรหรือเป็นอาการเต้นของหัวใจ แต่ถ้า ตามหลักของสภาวธรรมแล้ว จะเรียกว่าเป็นอาการเกิดดับของรูป เดี๋ยวต้ึบ ๆ ตรงนั้น เด๋ียวตึ้บ ๆ ตรงนี้ เดี๋ยวก็ต้ึบ ๆ อยู่ที่บริเวณศีรษะ เด๋ียวก็กลับมา
113
113