Page 146 - ดับตัวตนค้นธรรม2566
P. 146
ไม่ได้บอกว่าเป็นเรา ไม่มีเราน้ัน เป็นอย่างไร การท่ีพิจารณาแบบน้ีเราก็จะ เห็นว่า ถึงแม้จิตตรงนั้นไม่มีเรา แต่ก็ยังทาหน้าท่ีรับรู้อารมณ์ได้อยู่ สามารถ รับรู้เสียงที่ปรากฏเกิดข้ึนได้ รับรู้ถึงอาการตั้งอยู่ของกายได้ แต่ก็ไม่ได้บอก ว่าเป็นเรา เป็นเขา เป็นใคร
ทีนี้อีกจุดหนึ่งที่เป็นเรื่องสาคัญไม่แพ้กัน เป็นเรื่องสาคัญตรงที่ว่า ให้ ผู้ปฏิบัติสังเกตแบบนี้บ่อย ๆ คือนอกจากเห็นความไม่มีตัวตนแล้ว ให้สังเกต ว่าจิตที่ไม่มีตัวตนเอง จิตที่ว่าง จิตที่เบา จิตท่ีสงบ สามารถเคลื่อนย้ายที่ได้ไหม เราคิดถึงบ้าน จิตที่ว่างเบาไปท่ีบ้านได้ไหม คิดถึงบุคคล จิตที่ว่างเบาไป ตรงนั้นได้ไหม ? อันนี้จะเป็นเร่ืองนอกตัวที่รู้สึกอยู่ไกล บางคร้ังก็ไม่ชัดเจน เพราะจิตที่ว่างเบาเขากว้างอยู่ แต่ทีนี้การย้ายจิตให้ชัดก็คือว่า การเอาจิตที่ ว่างเบาที่กว้างอยู่นั้นมาที่บริเวณรูป ลองดูว่า ถ้าให้จิตที่ว่างเบามาท่ีสมอง บรเิ วณสมองรสู้ กึ อยา่ งไร... มคี วามโลง่ ความโปรง่ ความเบาไปดว้ ยหรอื เปลา่ ? อย่าคิดว่าเคยทาแล้ว...รู้แล้ว การท่ีทาซ้าบ่อย ๆ จะทาให้ผู้ปฏิบัติเห็นว่า สามารถกากับหรือกาหนดจิตได้ว่าเอาจิตท่ีดีแล้วนี้ไปใช้ประโยชน์อะไร ได้บ้าง ไม่ใช่แล้วแต่ว่าเขาจะเป็นอย่างไร เคยทาจิตให้ว่างได้แต่ไม่สามารถ เอาจิตที่ว่างรับรู้อารมณ์ได้ พอมีผัสสะข้ึนมา ความว่างหายไป จิตที่ว่างหายไป เพราะมีความเป็นเราเกิดข้ึนมา มีตัวตนเกิดข้ึนมา ท่ีตัวตนเกิดขึ้นมาเร็ว
138
138