Page 150 - ดับตัวตนค้นธรรม2566
P. 150

สว่ นเดยี วกนั หรอื คนละสว่ นกนั ไมว่ า่ จะเปน็ เสยี งอะไรกต็ าม อยา่ มเี งอ่ื นไขวา่ ถา้ เสยี งนเี้ สยี งนน้ั ขณะนนั้ ขณะน.ี้ ... ไมเ่ กยี่ วกบั วา่ ขณะไหน ขณะทเ่ี ราสงั เกต ขณะที่เราใส่ใจกาหนดรู้ถึงความเป็นคนละส่วน คือขณะท่ีมีปัญญาเสมอ ไม่ต้องมาพูดว่า ถ้าขณะสติมีกาลัง มันก็เป็นคนละส่วนกัน ถ้าสติไม่มีกาลัง เขาก็เป็นส่วนเดียวกัน...
ไม่ใช่ขณะที่สติมีกาลังหรือไม่มีกาลัง การที่เห็นถึงความเป็นคนละส่วนน้ัน เกิดจากปัญญา สติ-สมาธิเป็นปัจจัยหนึ่ง แต่การสนใจที่จะเข้าไป กาหนดรู้ว่า จิตที่ทาหน้าที่รู้ที่ว่างที่เบากับเสียงท่ีได้ยิน เขาเป็นส่วนเดียวกัน หรือคนละส่วนกันบ่อย ๆ แล้วถ้าเห็นอย่างชัดเจนเป็นสมุจเฉทว่าไม่สามารถ เป็นอันเดียวกันได้เมื่อไหร่ ถึงจะเหนื่อยแค่ไหน จิตกับอารมณ์ต่าง ๆ ก็จะ ไม่สามารถกลืนเป็นอันเดียวกันได้ น่ีคือปัญญา ถึงแม้บางคร้ังสติ-สมาธิไม่มี กาลัง แค่น่ิง สังเกตดู ก็จะเห็นแล้วว่าจิตที่ทาหน้าท่ีรู้กับอารมณ์ที่เกิดขึ้นเป็น คนละส่วนกัน นี่แหละคือปัญญาท่ีสาคัญ และน่ีคือส่ิงสาคัญว่าทาไมจึงต้อง กาหนดรู้ถึงความเป็นคนละส่วน เพราะปัญญาเม่ือเกิดขึ้นแล้วจะมีธรรมชาติ ว่ามันจะตัดความหลงความเข้าใจผิดออกไป ไม่ใช่เกิดแต่เฉพาะขณะน้ัน ขณะน้ี แต่เกิดได้ทุก ๆ ขณะ เมื่อจิตเคยเห็นแล้วว่าธรรมชาติเป็นอย่างไร ถึงสติจะอ่อนกาลังจะน้อยแต่มีปัญญาท่ีพิจารณาอยู่ จิตที่เคยเห็นแล้ว...
142
142


































































































   148   149   150   151   152