Page 152 - ดับตัวตนค้นธรรม2566
P. 152

โดยท่ีบางทีก็ไม่สามารถควบคุมหรือกาหนดจิตตนเองหยุดจิตตนเองได้ แล้วก็ทาให้ความทุกข์เกิดข้ึนตามมาได้
เพราะฉะนั้น การที่ผู้ปฏิบัติใส่ใจกาหนดรู้ถึงความเป็นคนละส่วน จึงเป็นพื้นฐานท่ีสาคัญมาก ๆ ของปัญญาวิปัสสนา ถึงแม้ยังไม่เห็นอาการ เกิดดับก็ตาม และการที่ผู้ปฏิบัติสามารถแยกจิตกับอารมณ์ท่ีเกิดขึ้นได้ จะ ทาให้จิตมีกาลังท่ีจะเพิ่มความเป็นกุศล เพ่ิมพลังจิตได้ง่ายขึ้น ทาจิตให้สงบ ได้ง่ายขึ้น ทาจิตให้ต้ังมั่นได้ง่ายข้ึน แต่ถ้าไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ มัวแต่จะไปหา อารมณ์/หาสภาวะอย่างน้ันอย่างน้ีอยู่เรื่อย ๆ โดยที่ไม่รู้ว่าขณะที่หาสภาวะ/ หาอารมณอ์ ยนู่ น้ั มตี วั ตนหรอื เปลา่ ขณะทห่ี า มตี วั ตน มคี วามอยาก มโี ลภะอยู่ พอไม่ได้ด่ังใจ เกิดปฏิฆะเกิดหงุดหงิดเกิดราคาญขึ้นมา กลายเป็นอกุศลจิต เกิดขึ้นมาอีก ทั้ง ๆ ท่ีปฏิบัติธรรมพยายามทาจิตให้เป็นกุศลมากข้ึน แต่ กลับทาให้อกุศลเกิดเพราะไม่ได้ดั่งใจ เพราะฉะน้ัน การกาหนดรู้ถึงความเป็น คนละส่วนแบบนี้จึงเป็นเร่ืองสาคัญ และที่สาคัญ อย่างท่ีบอกต้ังแต่แรกว่า การที่เราเห็นเป็นคนละส่วน จะทาให้ผู้ปฏิบัติยกจิตข้ึนสู่ความว่างได้ง่ายข้ึน ทา ใหผ้ ปู้ ฏบิ ตั ทิ า จติ ทว่ี า่ งใหก้ วา้ งไดง้ า่ ยขน้ึ เมอ่ื จติ วา่ งขนึ้ กวา้ งขนึ้ กย็ ง่ิ เหน็ ชดั ถึงความแตกต่างระหว่างจิตท่ีว่างกับอารมณ์ท่ีเกิดขึ้นนั้น อันไหนมีกาลัง มากกว่ากัน
144
144


































































































   150   151   152   153   154